หจนถลันเข้ามา “เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีก รู้ดีแท้ๆ ว่าต้องรีบไปขุดผักป่า แต่ก็ยังไปสายเช่นนี้ แล้วตอนนี้จะทำอย่างไร”
พี่ชายต่อว่าเขาเช่นนี้ เจ้ารองก็ถลันเข้าใส่ด้วยความโมโหเช่นกัน “พี่ใหญ่มีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนข้า ท่านตื่นเช้ากว่าข้า ทำงานเยอะกว่าข้าหรือ ทั้งครอบครัวของข้าออกไปทำงานแล้ว ส่วนพวกท่านเล่า พวกท่านตากลมรอกินข้าวกันทั้งบ้าน แล้วมีหน้ามาสั่งสอนข้าได้อย่างไร”
ในลานบ้านเริ่มมีเสียงเอะอะขึ้นมา ผลัดกันต่อว่ากัน ไม่มีใครยอมใคร เพื่อข้าวมื้อหนึ่งในวันนี้ กลับไม่มีใครยอมทำงาน คิดแต่ว่าคนอื่นจะนำข้าวมาป้อนให้ถึงปาก
ถึงตอนนี้แล้ว ในที่สุดพวกเขาก็นึกถึงข้อดียามที่จ้าวหลานอยู่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่จำเป็นต้องคิดถึงงานทำไร่ทำนาข้างนอกบ้าน แต่ข้าวสามมื้อในบ้าน แค่มีไป๋จื่ออยู่ พวกเขาก็ไม่ต้องเป็นกังวล วันนี้สองแม่ลูกจากสกุลไป๋ไปแล้ว ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ไป๋เจินจูมองทุกคนเบื้องหน้า ในใจรู้สึกสิ้นหวังเป็นอย่างยิ่ง ทว่าบนใบหน้ากลับมีอารมณ์โกรธคุกรุ่น ไม่ใช่เพราะตากแดดอยู่ข้างนอกนานจนเกินไป แต่เป็นเพราะสภาพน่าเวทนาในตอนนี้ต่างหาก
เพื่อให้ตอนเย็นมีอาหารเติมท้อง หญิงชราจำต้องนำทุกคนออกจากบ้านอีกครั้ง ฝ่าแสงอาทิตย์หลังเที่ยงวัน ทั้งเก้าคน นอกจากเจ้าใหญ่ที่มือยังไม่หายดี ไม่สะดวกออกจากบ้าน ที่เหลือทั้งแปดคนล้วนทำงาน ไม่มีใครกล้าเอาเปรียบใคร
หญิงชราไม่ได้ทำไร่ทำนามาหลายปีแล้ว แม้กระทั่งลืมไปแล้