ช่างซ่งชี้ไปที่พิมพ์เขียว “บ้านเช่นนี้ เมื่อสร้างขึ้นมาแล้ว ไม่รู้จะมีคนในเมืองกี่คนที่อยากสร้างตาม ถึงแม้จะไม่ให้เงินค่าแรง ข้าก็ยอมทำให้”ลุงหูมองอ่านพิมพ์เขียวไม่เป็น และไม่รู้ว่าสิ่งที่วาดบนพิมพ์เขียวคืออะไรกันแน่ แต่นายช่างซ่งพูดเช่นนี้แล้ว ดูท่าทางจะต้องเป็นบ้านที่สวยมากแน่นอนหลังจากมื้อกลางวัน นายช่างซ่งแจกแจงวัสดุที่ต้องใช้ออกมาเป็นรายการ เขียนไว้ละเอียดมาก หากไม่รวมกับค่าแรง เพียงแค่ค่าวัสดุคิดเป็นเงินสามสิบตำลึงเงินเท่านั้นไป๋จื่อกวาดสายตามองอย่างลวกๆ ครั้งหนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้า “ตกลงเจ้าค่ะ ค่าวัสดุสามสิบตำลึง เช่นนั้นค่าแรงเล่า”“แค่ได้สร้างบ้านเช่นนี้ให้เจ้า ข้ากับชิงเฟิงไม่ต้องการเงินหรอก เจ้าแค่คิดรวมค่าเบ็ดเตล็ดเป็นค่าแรงให้ข้าก็พอแล้ว” นายช่างซ่งกล่าวเด็กสาวส่ายหน้า “ทำเช่นนั้นได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ มีที่ไหนทำงานแล้วไม่ต้องการค่าแรง ท่านคิดตามค่าแรงปกติเถอะเจ้าค่ะ”จ้าวหลานก็ช่วยพูดเช่นกัน “นั่นสิ บนโลกนี้มีที่ไหนทำงานแล้วไม่ต้องการค่าแรง ควรจะเป็นเท่าไรก็ต้องเป็นเท่านั้น”เห็นพวกนางยืนกรานเช่นนี้ นายช่างซ่งจึงคิดราคามิตรภาพ ถูกกว่าค่าแรงปกติประมาณสามเท่าเมื่อไป๋จื่อเห็นราคานี้ นางก็แน่ใจว่าลุงซ่งต้องตั้งใจลดราคา ทว่าก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ถึงเวลาจ่ายให้เขาตามการทำงานจริงก็ใช้ได้“แล้วค่าวัสดุนั่น ข้าต้องจ่ายเงินมัดจำ หรือว่าจ่ายให้ครบในคราวเดียวเจ้าคะ” นางถามนายช่างซ่งรีบกล