ลนี้มาปลอบใจตนเองเช่นกัน
แต่จนกระทั่งถึงวันนี้ จนกระทั่งบัดนี้ เขาได้รู้ว่ายามหูเฟิงเผชิญกับเสือร้ายที่หมายจะจู่โจม ชายหนุ่มผู้นั้นไม่ได้ถอยหลังแม้สักก้าว กลับเลือกต่อสู้กับเสือคลั่งอย่างกล้าหาญ แม้แต่ไป๋จื่อที่ตัวเล็กบอบบางก็ไม่ได้ถอยหนีเช่นกัน ทว่าใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของนางช่วยหูเฟิง
ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่สัญชาตญาณของมนุษย์โดยสิ้นเชิง แต่เป็นสัญชาตญาณของคนขี้ขลาดโดยแท้ เขาเป็นคนขี้ขลาดคนหนึ่ง ขี้ขลาดแต่กำเนิด
“ไปเถอะ!” เมื่อเห็นเขายังคงเซื่องซึมอย่างยิ่ง ไป๋จื่อก็ไม่รู้ว่าควรจะปลอบใจเขาอย่างไร เรื่องบางเรื่องใช่ว่าคำพูดเพียงสองสามคำจะชัดแจ้งได้ และไม่ใช่ว่าวันสองวันจะคิดได้แตกฉานเช่นกัน
องครักษ์จินกล่าว “หูเฟิงหายไปไหนแล้วเล่า ข้าจะมุ่งหน้าไปตามเขา” เขาเดี๋ยววิ่ง เดี๋ยวเดินจากไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว
ไป๋จื่อถามเมิ่งหนาน “เหนื่อยหรือไม่ ให้ข้าแบกสักเดี๋ยวก็ได้นะเจ้าคะ”
เมิ่งหนานส่ายหน้า “ไม่เหนื่อย ข้าเป็นผู้ชาย งานเช่นนี้จะให้แม่นางน้อยอย่างเจ้าทำลำพังได้อย่างไร”
นางพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้พูดอีก บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดในทันที ขณะที่นางกำลังว่าจะพูดอะไรสักหน่อยเพื่อคลายบรรยากาศ ก็กลับได้ยินเสียงครืนโครมเหมือนต้นไม้ถูกเหยียบโค่นดังมาจากข้างหลัง ไปจนถึงเสียงคำรามร้องจากในลำคอของสัตว์ป่าด้วย
ทั้งสองคนหันกลับไปมอง เห็นเสือหน้าผากขาวตาลอยที่เพิ่งหนีไปตัวนั้น กำลังโจนทะยานมาทางพวกเขา
ส