ามาคนเดียวเจ้าจะต้อนรับหรือไม่”แม้องครักษ์จินจะเป็นเพียงองครักษ์ข้างกายของเมิ่งหนาน แต่ดูจากความเป็นกันเองระหว่างพูดจาของทั้งสองคน ก็พอจะรู้ได้ว่าเขาไม่ใช่องครักษ์ธรรมดาทั่วไป ครั้นอยู่ข้างกายเมิ่งหนาน เขาจึงเป็นคนที่กล้าคิดกล้าทำ และชอบพูดจาเช่นนี้แม้จะไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทว่าเขาก็เป็นคนทำงานในศาลาว่าการอย่างแท้จริง เด็กสาวชาวบ้านตามป่าเขาเช่นนางจะประจบเอาใจคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากต่อไปมีเรื่องอะไร อย่างน้อยก็มีคนในศาลาว่าการช่วยพูดแทนนางได้นางยิ้มพลางพยักหน้า “ย่อมได้เจ้าค่ะ พี่จินอยากมาเมื่อไรก็มาได้ทุกเมื่อ”พี่จิน?เมิ่งหนานเลิกคิ้ว เด็กสาวคนนี้เรียกนางว่าใต้เท้าเมิ่ง แต่กลับเรียกองครักษ์จินว่าพี่จิน“ข้าไม่มา เขาก็มาไม่ได้เช่นกัน” เมิ่งหนานมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ พลางชำเลืองมององครักษ์จินองครักษ์จินตะลึงลาน ทว่ายังไม่ทันได้อ้อนวอนคุณชาย ก็กลับเห็นไป๋จื่อลุกขึ้นกล่าว “สายแล้ว ข้ากับหูเฟิงยังมีธุระต้องไป พวกท่านพักอยู่ที่นี่ พวกข้าน่าจะรีบกลับมาทันยามอู่[2]”หากเป็นยามปกติแล้ว นางไม่กล้าพูดว่าจะรีบกลับมาทันยามอู่ แต่วันนี้ต่างออกไป เพราะวันนี้พวกนางมีรถม้าแล้วทางไปภูเขาลั่งอิงมีอยู่สองเส้นทาง ทางหนึ่งเป็นทางเดินเล็กๆ ที่พวกเขาเดินไปคราวก่อน ทำได้เพียงใช้เท้าเดิน ใช้รถม้าไม่ได้ แต่ยังมีอีกเส้นทางหนึ่ง เป็นเส้นทางที่คนมีรถเทียมวัวจะใช้ลากธัญพืชยามเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง วันนี้มีรถม้