นี้ดูท่าทางไม่เหมือนคนคุยโว บางทีนางอาจจะไม่อยากให้ใครรู้ความสามารถของนางไปมากกว่านี้ก็ได้”
เมิ่งหนานนอนลงบนเตียงนุ่ม สายตาจ้องมองผ้าโปร่งสีดำ กล่าวอย่างคลุมเครือ “ไข่มุกที่ปะปนอยู่ในดวงตาปลา อย่างไรก็เป็นไข่มุกอยู่วันยันค่ำ”
…
เมื่อฟ้าสาง ไป๋จื่อตื่นแต่เช้าตรู่ หลังจากฝากฝังกับจ้าวหลานอยู่หลายประโยค นางก็ปีนขึ้นบนรถเทียมวัวที่เมื่อวานจัดการไว้แล้ว
หูเฟิงนั่งลงตรงหน้ารถ สองมือกอดอก สีหน้าเย็นชานัก “ทำไม? เจ้าเข้าเมืองได้ แต่ข้าเข้าเมืองไม่ได้หรือ?”
ขณะนี้หูเฟิงหลินก็ออกมาจากในลานบ้านเช่นกัน เขากล่าวกับไป๋จื่อว่า “ข้าให้เขาตามไปเอง แม่นางน้อยอย่างเจ้า เข้าเมืองลำพังไม่ค่อยปลอดภัยนัก มีหูเฟิงตามไปด้วย จะมากจะน้อยก็มีคนดูแล ยามที่ต้องถือของ เขาก็ออกแรงได้อยู่บ้าง วันๆ อยู่แต่บ้านก็น่าเบื่อ ให้เขาไปเถิด”
คราวนี้ไป๋จื่อถึงจะเข้าใจ ที่แท้เป็นท่านลุงหูที่มีเจตนาดี นางจึงรีบกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านลุงหู แม่ข้าอยู่ที่เรือนไม้ลำพัง ท่านช่วยดูแลนางหน่อยนะเจ้าคะ”
ท่านลุงหูโบกมือ “ไปเถิด ไม่ต้องกังวลเรื่องที่บ้าน มีข้าอยู่ทั้งคน”
คนอื่นนางกลับไม่เป็นห่วง กลัวก็แต่คนสกุลไป๋จะถือโอกาสมาหาจ้าวหลานตอนที่นางไม่อยู่ จ้าวหลานผู้นี้ใจอ่อนนัก อาจจะมีเรื่องอะไรก็ได้
นางกล่าวกับหูจ่างหลินว่า “ท่านลุงหู เมื่อครู่ท่านรีบร้อนไป ข้ามีบางเรื่องที่ข้าลืมกำชับท่านแม่ไว้ ท่านช่วยข้าบอกนางสักหน่อยนะเจ้าคะ”
ห