อเดินออกไปไกล รอยยิ้มเย็นที่มุมปากลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ “ข้าอยากจะดูนัก ว่าคราวนี้พวกเจ้าจะได้อะไรดีๆ มาบ้าง”หญิงชราและหลิวซื่อมาถึงสกุลหู พวกนางเห็นหูจ่างหลินนางตากลมอยู่ในลานบ้าน จึงปั้นหน้ายิ้มกล่าวว่า “จ่างหลิน จ้าวหลานของพวกข้าอยู่หรือไม่?”จ้าวหลานของพวกข้า?หูจ่างหลินผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ กระพือพัดโปร่งในมือ พลางเดินมาตรงรั้วลานบ้านทีละก้าว มองหญิงชราและหลิวซื่อพร้อมรอยยิ้มเสแสร้ง“หากข้าจำไม่ผิด พวกเข้าสกุลไป๋แยกบ้านกับจ้าวหลานแล้ว นางไม่ใช่จ้าวหลานของพวกเจ้าแล้ว”หญิงชราหัวเราะแห้งๆ สองเสียง “ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่ถึงอย่างไรพวกข้าก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ตัดกระดูกแล้วแต่สายใยยังเชื่อมถึงกัน การทะเลาะเบาะแว้งเป็นเรื่องในครอบครัว เมื่อทะเลาะกันเสร็จแล้ว ช้าเร็วก็ต้องกลับบ้าน จะอยู่ที่บ้านคนอื่นตลอดไม่ได้”หูจ่างหลินมองหญิงชราด้วยแววตานับถือเต็มเปี่ยม “โอ้โห…ข้าก็เคยเห็นคนหน้าหนานะ แต่ไม่เคยเห็นสองแม่สามีและลูกสะใภ้หน้าหนาเช่นพวกเข้าเลยจริงๆ พูดคำพูดเช่นนี้ออกมาได้ ไม่กลัวถูกฟ้าผ่าบ้างหรือ?”ใบหน้าของหญิงชราสูญเสียการควบคุมอารมณ์ ใบหน้าดำคล้ำลงอย่างอดไม่ได้ “นี่เป็นเรื่องของพวกเราสกุลไป๋ เจ้าจุ้นจ้านให้น้อยๆ หน่อย มันเกี่ยวอะไรกับเจ้าไม่ทราบ?”หูจ่างหลินแค่นหัวเราะ “ย่อมเกี่ยวกับข้า บัดนี้จ้าวหลานกับไป๋จื่ออาศัยอยู่ในสกุลหูของข้า ข้าหูจ่างหลินจะปกป้องพวกนาง ไม่ยอมให้คนสกุลไป๋อย่างพวกเจ้ารังแ