นกัน จึงรีบเรียก “สะใภ้รอง ถ้าตอนนี้ไม่มีธุระอะไร ก็ไปกับพวกข้าสิ”จางซื่อหยุดฝีเท้า ก่อนจะหันหน้าไปมองแม่สามี กล่าวคล้ายกับยิ้ม คล้ายกับไม่ยิ้มว่า “ข้ายังมีธุระต้องทำ พวกท่านไปกันเองเถิดเจ้าค่ะ”หลิวซื่อเบะปาก “เช้าตรู่เช่นนี้ จะมีธุระอะไรได้? ข้าว่าเจ้าไม่อยากไปมากกว่า”จางซื่อเลิกคิ้ว “สะใภ้ใหญ่ เจ้ายืนพูดไม่ปวดเอวหรือ? ข้าตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ยุ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้หยุดพัก เจ้าต่างหาก งานในบ้านไม่ยอมทำ ให้ข้าทำเพียงลำพัง ตอนนี้ยังจะมาเจ้ากี้เจ้าการข้าอีกหรือ?”นางพิจารณาหลิวซื่อ มองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่สองรอบ ก่อนจะกล่าวว่า “ดูท่าทางแผลบนบั้นท้ายของสะใภ้ใหญ่จะหายแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนั้น วันนี้พวกเราก็มาจัดการกันสักหน่อย ว่างานในบ้านหลังนี้ แท้จริงแล้วควรจะผลัดกันทำอย่างไร”สีหน้าของหลิวซื่อเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางมุ่นคิ้ว “น้องสะใภ้ เจ้าพูดจาเกินไปแล้วนะ พูดเหมือนข้าไม่เคยทำงานในบ้านนี้อย่างนั้นแหละ”หญิงชรากล่าวด้วยความโมโห “เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว ในเมื่อสะใภ้รองยังมีธุระต้องทำ เช่นนั้นก็ไม่ต้องไปหรอก พวกเราไปกันเถอะ” หญิงชราดึงแขนเสื้อของหลิวซื่อ พานางออกไปนอกเรือนหลิวซื่อถลึงตามองจางซื่อครั้งหนึ่งก่อน ถึงจะยอมเดินออกไป ในใจกล่าวว่าพักนี้จางซื่อไม่รู้เป็นอะไร ไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับนางสตรีเจ้าเล่ห์ผู้นี้ ช้าเร็วก็ต้องหาโอกาสจัดการนางเสียจางซื่อมองเงาหลังของแม่สามีและหลิวซื่