านเท่าไร เขาพลันรู้สึกว่ามีใครบางคนตบที่ไหล่เขาจนเขาสะดุ้งตื่นเขาเงยหน้ามองก็พบเงาร่างสีน้ำเงินยืนอยู่ มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเฟิงอวี้จะลุกขึ้นแต่กลับถูกอีกฝ่ายกดเอาไว้ ขยับตัวไม่ได้เลย“ผ่านอุปสรรคมาตั้งมากขนาดนี้แล้ว เจ้าจะยอมหยุดอยู่แค่ตรงนี้หรือ”เงาร่างสีน้ำเงินพูดขึ้นเนิบนาบ เสียงลอยล่องเฟิงอวี้ได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าอมทุกข์ “ข้ายอมหรือไม่ยอม จะเปลี่ยนความจริงได้หรือ”“ถ้ามีหวังได้หลุดพ้นจากความยากลำบาก เจ้ามีอะไรจะให้ได้บ้าง”“ถ้ามีหวังจริงๆ ข้ายอมให้ได้ทุกอย่าง ขอแค่ข้ามี!”เฟิงอวี้กัดฟันพูด เวลานี้ เขาลืมคาดเดาตัวตนของอีกฝ่ายไปแล้ว ยังคิดว่าตัวเองอยู่ในความฝัน หรือบางทีอาจจะเห็นภาพหลอน นี่ก็คงจะเป็นสัญญาณใกล้ตาย“สละกายมนุษย์เพื่อเป็นเทพแห่งกรรม เจ้ามีคุณสมบัติต่อกรกับเทพแห่งมหันตภัยเหล่านั้น”คำพูดของเงาร่างสีน้ำเงินเต็มไปด้วยความเย้ายวนทำให้แววตาของเฟิงอี้เป็นประกายแปลกๆเฟิงอวี้ทำหน้าเหี้ยมเกรียม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง เขาคำรามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ข้ายอม!”เงาร่างสีน้ำเงินแปลงกายเป็นแสงสีน้ำเงินพุ่งเข้าไปในกายของเฟิงอวี้ เฟิงอวี้สั่นไปทั้งตัว ดวงตาเบิกโต จุดแสงสีน้ำเงินกระจายออกมาจากในตัวเข