งเช่นนี้ได้อย่างไร
เมื่อมองดูให้ละเอียดไปอีกขั้น หูเฟิงย่างเท้าไปข้างหน้า ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง ครั้นเท้าย่ำพื้นไร้สุ้มเสียง น่าจะเป็นบุตรหลานที่ได้รับการสั่งสอนอย่างดีคนหนึ่ง
ทว่าเมื่อมองเงาหลังของเขาในตอนนี้อีกครั้ง กลับไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายความสูงส่งอะไร เงาหลังของเขาเหมือนชาวบ้านธรรมดาทั่วไป เพียงแต่ผึ่งผายกว่าคนอื่นเล็กน้อย
หรือว่าเมื่อครู่เขาจะตาฝาดไป
“ดูท่าทางหูเฟิงไม่ค่อยชอบพูดจากระมัง” เมิ่งหนานกล่าวกับหูจ่างหลิน
หูจ่างหลินรีบตอบ “เรียนใต้เท้า หูเฟิงมีนิสัยเก็บตัว ถึงแม้เวลาอยู่ในบ้าน ก็ไม่ค่อยชอบพูดจาเช่นกัน ขอใต้เท้าโปรดอภัย”
เมิ่งหนานตอบรับเสียงหนึ่ง ก่อนจะกล่าวกับไป๋จื่อว่า “เจ้าต้องการเชิญข้ากินข้าวไม่ใช่หรือ ไปกันเถอะ!”
เฮ้อ…เขาช่างไม่เกรงใจเลยสักนิด
เมื่อพวกเขากลับถึงสกุลหู หูเฟิงก็กลับไปในห้องของตนเองแล้ว ทั้งยังปิดตายประตู ดูท่าไม่คิดจะออกมาแล้ว
ไป๋จื่อกล่าวกับเมิ่งหนานว่า “ใต้เท้าพักผ่อนก่อน ข้าจะไปทำอาหาร อีกเดี๋ยวกินข้าวกลางวันเสร็จแล้ว ข้าค่อยเริ่มออกใบสั่งยาให้ท่าน รับรองว่าสามวันให้หลัง ใบหน้าของท่านจะต้องหายเป็นปกติเจ้าค่ะ”
องครักษ์จินพลันดีอกดีใจ “เจ้าพูดจริงหรือ”
“เรื่องพรรค์นี้ข้าจะกล้าหลอกใต้เท้าได้อย่างไร อีกอย่างพิษที่ใต้เท้าถูกนี้ ก็ไม่ใช่พิษหายากอะไร หมอในเมืองเหล่านั้นก็มีวิธีคลายพิษชนิดนี้เช่นกัน เพียงพวกเขาระมัดระวังกับการใช้ยาจนเกินไป ทั้งยังกลัวก