ื่องราวต่างๆ ล้วนเป็นเรื่องที่ข้าควรทำ ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ” สายตาของเขามองไปที่ร่างของไป๋จื่อ ดวงตานอกผ้าคลุมสีดำเปล่งประกายเป็นพิเศษ
“แม่นางไป๋ จำคำสัญญาของเจ้าได้หรือไม่”
ไป๋จื่อยิ้มจาง “ย่อมไม่กล้าลืมเจ้าค่ะ” นางเงยหน้ามองดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า มันค่อยๆ ลอยสู่กึ่งกลาง ครั้นเห็นว่าใกล้เที่ยงวันแล้ว นางจึงกล่าวว่า “สายแล้ว พวกใต้เท้าอยู่กินข้าวที่นี่เถิดเจ้าค่ะ”
สีหน้าของเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนไม่ค่อยยินดีนัก ในหมู่บ้านยากจนเช่นนี้ จะมีของอร่อยอะไรเล่า หากรีบกลับไปตอนนี้ ก็เป็นเวลาที่ในเมืองกำลังคึกคักพอดี
เมิ่งหนานกันไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่สองคน “พวกเจ้ากลับก่อนเถอะ ข้ากับองครักษ์จินจะอยู่ต่อ ยังมีเรื่องต้องถามแม่นางไป๋อีกเล็กน้อย”
เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนย่อมขอให้เป็นเช่นนั้น พวกเขารีบบอกลา ด้วยกลัวว่าหากช้าไปเพียงก้าวเดียว จะถูกใต้เท้ารั้งไว้กินข้าว พวกเขาไม่อยากกินอาหารหยาบจืดชืดเช่นนั้นในหมู่บ้านยากจนแห่งนี้
สายตาของเมิ่งหนานมองไปยังหูเฟิง อีกฝ่ายหันหลังให้พวกเขา สายตาที่เหม่อมองไปไกลล้ำลึกนัก
“เขาคือหูเฟิงหรือ” เมิ่งหนานเลิกคิ้วถาม
“ใช่ขอรับ” หูจ่างหลินรีบตอบ
เมิ่งหนานมองเงาหลังของหูเฟิง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง แม้สวมเสื้อผ้าหยาบปะรูทั้งตัว แต่กลับไม่อาจปกปิดความสูงส่งที่แผ่กระจายออกมาจากร่างกายของเขาได้เลย
บนตัวชาวบ้านตามป่าเขาธรรมดาคนหนึ่ง จะมีกลิ่นอายสูงส่งที่เขาจำต้องมองอยู่หลายครั้