เมิ่งหนานถามอีก “เงินที่เจ้านำกลับมา เป็นตั๋วเงิน หรือว่าเป็นพวงเงิน”
หมอลู่กล่าว “เรียนใต้เท้า เงินที่ข้านำกลับมาล้วนเป็นพวงเงิน ข้างใต้มีตราสัญลักษณ์ของธนาคารไท่เฟิงด้วยขอรับ”
หูจ่างหลินนำพวงเงินในอกออกมาทันที ก่อนจะส่งไปตรงหน้าของเมิ่งหนาน “ใต้เท้าโปรดดู นี่ก็คือเงินของบ้านข้าขอรับ”
อีกฝ่ายรับเงินที่หูจ่างหลินส่งมาให้ พวงนี้สิบตำลึง ข้างใต้มีตราสัญลักษณ์ของธนาคารไท่เฟิงจริงดังว่า
จากนั้นเมิ่งหนานก็ส่งเงินกลับไปให้หูจ่างหลิน แล้วหันหน้าไปกล่าวกับหญิงชราและคนอื่นๆ “พวกเจ้ายังมีอะไรอยากพูดอีกหรือไม่”
สีหน้าของหญิงขราซีดเผือด รู้ว่าครั้งนี้ขายหน้าครั้งใหญ่แล้ว ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ หูจ่างหลินผู้นี้จะมีโชคลาภขึ้นมาเล่า
หลิวซื่อที่อดกลั้นไม่พูดจาเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงรีบพูดเสียงดังว่า “เช่นนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดแล้วกัน พวกข้าสกุลไป๋ทำเงินหายจริง และเห็นพวกนางซื้อที่ดินพอดี ย่อมเกิดความสงสัย เวลานี้ในเมื่อตรวจสอบชัดเจนแล้วว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เช่นนั้นพวกข้าก็จะไม่ซักไซ้ต่อแล้ว” นางจูงหญิงชราคิดจะจากไป
เมิ่งหนานกลับยกมือขึ้น “ช้าก่อน” เขาใช้สายตาเย็นชากวาดมองใบหน้าของคนสกุลไป๋ทั้งหมดอย่างเชื่องช้า “ในเมื่อพวกเจ้าทำเงินหายจริงๆ เช่นนั้นก็ถือว่ายังไขคดีไม่ได้ อีกอย่างข้าก็มาที่นี่แล้ว ย่อมต้องช่วยพวกเขาหาตัวหัวขโมยที่แท้จริงให้ได้”