หญิงชรารู้สึกไม่ดีอยู่รางๆ ทว่าสมองยังไม่ทันคิดคำนวณ จึงยังคิดไม่ตกว่าแท้จริงแล้วผิดพลาดที่ตรงไหน
ไป๋จื่อและหูเฟิงกลับยกยิ้มพร้อมกัน ดูท่าทางเมิ่งหนานจะเข้าใจคดีนี้แล้ว
เมิ่งหนานพยักหน้า แล้วกล่าวกับหญิงชราว่า “ข้าเพิ่งเห็นเจ้าเปิดหีบนั้นด้วยตาตนเอง รวมถึงกลอนของหีบเงินใบนี้ก็สมบูรณ์ไร้ความเสียหาย กุญแจก็เป็นเจ้าเองที่เก็บไว้ติดตัว เช่นนั้นเจ้าทำเงินนี้หายได้อย่างไร”
หญิงชราพลันรู้สึกร้อนรน มือชี้ไปที่ไป๋จื่อตามสัญชาตญาณ “เป็นนาง ต้องเป็นนางแน่ๆ ตอนที่ยังไม่ได้แยกบ้าน นางทำงานในเรือนใหญ่อยู่บ่อยครั้ง ต้องทำความสะอาดห้องของข้าเช่นกัน นอกจากนางแล้วจะเป็นใครได้อีก”
“เจ้าหมายความว่า ไป๋จื่อมีความสามารถหยิบของโดยที่ไม่ต้องสัมผัสได้ หีบนี้ของเจ้าลงกลอนไว้แท้ๆ กุญแจก็อยู่ที่ตัวเจ้า หากนางไม่มีความสามารถนั้น แล้วจะนำเงินจากในหีบของเจ้าไปได้อย่างไร” เมิ่งหนานกล่าว
“เอ่อ ข้า…ข้าไม่รู้ว่านางทำได้อย่างไร แต่ต้องเป็นนางแน่ เป็นนางอย่างแน่นอน”
สีหน้าของเมิ่งหนานเย็นชาขึ้นสามส่วน เขากล่าวเสียงทุ้ม “เจ้าเปิดหีบออก”
หญิงชราสัมผัสเชือกบนคอพลางมือสั่น ขณะที่กำลังดึงออกมา นางก็ยัดพู่หยกที่ดึงติดออกมาด้วยเข้าไปในคอเสื้อ
พู่หยกส่องประกายสีอ่อนอันงดงามใต้แสงอาทิตย์ ใบหน้าของพระสังกัจจายน์ชัดเจน สีแดงกล่ำบริเวณนิ้วเตะตายิ่งนัก