เมื่อหญิงชราหยิบกุญแจจากบนคอออกมา นางดึงพู่หยกที่แขวนอยู่บนคอออกมาด้วย เห็นครั้งเดียวก็รู้ว่าพู่หยกนั้นไม่ใช่สิ่งของธรรมดาทั่วไป ทั้งยังมีรูปแบบเอกลักษณ์ยิ่งนัก ต้องเป็นฝีมือของช่างผู้ชำนาญคนหนึ่งแน่นอน แม้ว่าจะเป็นพู่หยกที่เขาพกติดตัวไว้ ก็ไม่อาจเทียบกับมันได้
ชาวบ้านยากจนเช่นนี้ จะมีของดีเช่นนี้ได้อย่างไร
หญิงชรารีบยัดพู่หยกกลับเข้าไปในคอเสื้อ ส่วนเมิ่งหนานสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง พลางมองนางเปิดกล่องไม้ออก แล้วนำหีบใบเล็กนั้นออกมา
เมิ่งหนานหมุนกายไป กล่าวว่า “นำหีบมาให้ข้า”
เมื่อกลับมาที่ลานบ้าน เมิ่งหนานก็ถามไป๋ฟู่กุ้ยที่อยู่ข้างๆ เจ้ารองต่อหน้าทุกคน “หีบใบนี้ของท่านย่าเจ้า เจ้าเคยเห็น หรือเคยเปิดมันหรือไม่”
ไป๋ฟู่กุ้ยเคยเห็นข้าราชการอยู่หลายรั้ง ยิ่งคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ ข้าราชการจะพูดกับเขา จึงตกใจจนตัวสั่นเทา พูดอะไรไม่ออก
เจ้ารองรีบกล่าว “หีบนี้แต่ไหนแต่ไรท่านแม่ข้าเป็นคนเก็บรักษา ลงกลอนมาหลายปี แม้แต่ข้าเองก็ไม่เคยสัมผัส ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฟู่กุ้ย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับฟู่กุ้ย ใต้เท้าอย่าได้ใส่ร้ายคนดีเลยขอรับ”
“ข้าไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขา เพียงแต่ข้าเพียงอยากทำความเข้าใจกับสถานการณ์สักหน่อย เหตุใดเจ้าต้องร้อนรนด้วย” เมิ่งหนานกล่าว
“ใต้เท้า กุญแจนี้ท่านแม่ของข้าเก็บรักษาไว้เอง แต่ไหนแต่ไรไม่เคยห่างกาย ฟู่กุ้ยจึงไม่เคยเห็นหีบเงินนี้” เจ้ารองกล่าว