ีที่ให้กำเนิดลูกไม่ได้ไปทำอะไร? ให้เชยชมเหมือนแจกันดอกไม้หรือ?” หยางซื่อเกินกล่าวต่อ
หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้า “ที่แท้เป็นเช่นนี้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำลายข้าวของที่นี่กระมัง? มีอะไรพูดจากันดีๆ ไม่ได้หรือ”
หยางซื่อเกินกล่าว “ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากพูดจาดีๆ ทว่าข้าพูดจาดีๆ กับพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาฟังหรือไม่? เข้ามากล่าวหาว่าข้าพูดจามั่วซั่วทันที ไม่ยอมรับเรื่องหลอกแต่งงาน พวกเขาก็ไม่ไปสืบเสาะดูเช่นกัน ว่าข้า หยางซื่อเกินเป็นคนที่จะหาเรื่องได้หรือไม่”
หญิงชรารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะชี้ไปยังหยางซื่อเกิน “เจ้านั่นแหละพูดมั่ว ไป๋จื่อของตระกูลข้าจะให้กำเนิดลูกไม่ได้ได้อย่างไร? นี่เป็นคำกล่าวเลอะเทอะของผู้ใดกัน? หากเป็นเรื่องจริง ข้าเป็นย่าของนางย่อมต้องรู้ จะไม่รู้ได้อย่างไร”
หลิวซื่อก็กล่าวต่อเช่นกัน “ใช่ ไม่รู้ว่าเป็นข่าวลือจากความปากพล่อยของผู้ใด ไป๋จื่อของตระกูลข้ายังแข็งแรง เมื่อวันนางยังออกไปขุดผักป่าอยู่เลย”
หยางซื่อเกินชี้ไปที่หญิงชราและหลิวซื่อ แล้วกล่าวกับหัวหน้าหมู่บ้าน “เจ้าดูสิ ข้าพูดจาด้วยเหตุผลกับพวกนาง ข้าพูดอยู่ใช่หรือไม่? แล้วพวกนางยอมรับเรื่องนี้หรือไม่?”
หัวหน้าหมู่บ้านครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นครู่หนึ่งก็พูดว่า “เอาอย่างนี้ ในเมื่อพวกเจ้าต่างคนต่างพูด ไม่สู้เชิญท่านหมอลู่มาตรวจดูสักหน่อย ให้ท่านหมอลู่พูดเรื่องนี้ให้ชัดเจนต่อหน้าทุกคน พวกเจ้าว่าเป็นอย่างไร”
“ได้สิ ตา