งขึ้นหัวหน้าหมู่บ้านเห็นไป๋จื่อและจ้าวหลานออกมา จึงพูดกับท่านหมอลู่ว่า “เจ้าตรวจดูจื่อยาโถวหน่อย ว่าต่อไปจื่อยาโถวให้กำเนิดลูกไม่ได้ ตามข่าวที่ลือกันไปทั่วจริงหรือไม่”“ตอนที่ข้าตรวจจื่อยาโถวครั้งก่อน ก็ตรวจพบว่าภายในช่องท้องของนางถูกได้รับความเสียหาย ต่อไปยากจะตั้งครรภ์ได้ ทว่าตอนนั้นยังไม่นับว่าร้ายแรงมาก หากบำรุงรักษาอย่างดี อาจมีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นฟูได้ ตอนนี้ข้าจะตรวจดูอีกครั้ง ดูว่าอาการต่างจากครั้งที่แล้วหรือไม่”ครั้นหญิงชราได้ยินประโยคนี้ ในใจนางพลันรู้สึกหนาวเหน็บ…ท่านหมอลู่เข้าไปจับเส้นเลือดตรงข้อมือของจื่อยาโถว ทำท่าทางราวกับดูชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วกล่าวว่า “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? อาการบาดเจ็บในช่องท้องของจื่อยาโถวไม่ดีขึ้นเลยสักนิด สาหัสกว่าครั้งก่อนเสียอีก” เขาหันไปมองหญิงชรา ราวกับต้องการพูดว่า ‘ข้าบอกกับเจ้าแล้วไม่ชาหรือ ว่าต้องบำรุงรักษานางอย่างดี?’ไป๋จื่อถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยใบหน้าโศกเศร้า “ข้าไม่หวังเรื่องการบำรุงรักษาหรอกเจ้าค่ะ หวังเพียงว่ามีข้าวกินก็ไม่เลวแล้ว ขอไม่ปิดบังทุกท่าน ตั้งแต่วันนั้นที่ท่านแม่ข้าถูกตีอีกครั้ง จนถึงวันนี้เป็นเวลาสามวันเต็มๆ พวกข้าสองแม่ลูกกินข้าวไปเพียงสองมื้อ โจ๊กใสๆ ถ้วยหนึ่ง กับผักป่าถ้วยหนึ่ง พวกเขายังไม่เหลือให้กินเลยเจ้าค่ะ”“เจ้าพูดมั่วอะไรกัน? เจ้าพลาดเวลากินข้าวเองนะ จะโทษผู้ใดได้?” หญิงชรากล่าวด้วยความโมโหเด