จนป่านนี้แล้วยังไม่รู้จักคิดทบทวน ว่าสองแม่ลูกนี้ปล่อยให้พวกเจ้ารังแกจนมีสภาพเป็นอย่างไร?”
หยางซื่อเกินกล่าว “เรื่องงานบ้านของพวกเจ้า ข้าไม่สนใจจะร่วมด้วย แต่เรื่องงานแต่งข้าขอให้จบลงเท่านี้ คืนเงินสินสอดของข้ามาด้วย”
เมื่อพูดมาถึงขั้นนี้ ก็ควรจะคืนเงินสินสอดแล้ว ทว่าหญิงชราจะยอมได้อย่างไร หยางซื่อเกินทำลายข้าวของในบ้านจนเป็นเช่นนี้แล้ว คิดจะให้นางคืนเงินหรือ ฝันไปเถอะ
“ถูกต้อง สกุลไป๋ของข้ารับเงินสินสอดสิบตำลึงเงินมาจากเจ้าจริง ทว่าวันนี้เจ้าก็ทำลายสกุลไป๋ของพวกข้าจนเละเทะ ข้าวของเสียหายไปไม่รู้ตั้งเท่าไร เกรงว่าสิบตำลึงเงินนี้จะยังชดเชยไม่พอกระมัง!”
ครั้นหยางซื่อเกินได้ยินประโยคนี้ เขาก็เผยความดุร้ายออกมา กล่าวในทันทีว่า “ข้าทำลายข้าวของของบ้านเจ้า นั่นยังถือว่าให้เกียรติเจ้าอยู่ ไม่เช่นนั้นกระบองเหล่านี้จะตกอยู่บนตัวพวกเจ้า ไม่มีทางมีสภาพดังเช่นตอนนี้แน่”
หญิงชราอดถอยหลังไปก้าวหนึ่งไม่ได้ แม้ในใจจะรู้สึกขนลุกอยู่บ้าง แต่ยังคงปากแข็งอย่างยิ่ง “ทุบตีคนโดยไม่มีเหตุผลนับว่าผิดกฎหมาย หากเจ้ากล้าลงมือ ข้าจะเข้าเมืองไปฟ้องร้องพวกเจ้าที่ศาลาว่าการ”
หยางซื่อเกินแค่นหัวเราะ “เจ้าช่างเตือนสติข้าได้ดีจริงๆ พวกเจ้าทำผิดครั้งใหญ่ โดยการหลอกให้ข้าแต่งงาน อย่างมากก็ถือเสียว่าสิบตำลึงเงินนี้เป็นเงินชดเชยที่ข้าทำลายข้าวของเครื่องใช้ในบ้านพวกเจ้า ข้าไม่ต้องการแล้ว ข้าจะไปฟ้องร้องที่ศาลาว่าการในเม