ผู้เป็นแม่คิดดูอย่างละเอียดแล้วก็เป็นจริงดังว่า เรื่องราววุ่นวายถึงขนาดนี้แล้ว ทั้งหมู่บ้านล้วนรู้ว่าในอนาคตไป๋จื่อไม่อาจให้กำเนิดลูกได้ อีกทั้งตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างไป๋จื่อกับพวกเขาก็ย่ำแย่นัก มือของตนเองก็ทำงานไม่ได้ ขอเพียงท่านหมอลู่ยอมช่วยพวกนางสองแม่ลูกพูดเรื่องเหล่านี้ ด้วยนิสัยของคนสกุลไป๋แล้ว ย่อมไม่ยอมเลี้ยงคนสองคนที่ไม่มีประโยชน์และเอาแต่กินกับนอนเป็นแน่
แยกบ้านคราวนี้ เกรงว่าจะเป็นพวกเขาที่ต้องการเป็นอย่างยิ่ง
ครั้นคิดถึงตรงนี้ นางก็รู้สึกดีขึ้นมาก กลับไปนั่งลงที่ข้างเตียงอย่างสบายใจ รอเพียงคนสกุลไป๋เรียกพวกนางสองแม่ลูก
เมื่อไป๋เสี่ยวเฟิงเชิญหัวหน้าหมู่บ้านมา ข้าวของในเรือนพังเสียหายไปพอสมควรแล้ว แม้แต่โอ่งน้ำขนาดใหญ่หลังลานบ้าน ไปจนถึงเพิงที่ไป๋เสี่ยวเฟิงใช้อ่านเขียน อีกทั้งหม้อ ชาม กะละมัง ไฟในห้องครัวก็เละเทะไม่เป็นท่า
หญิงชรานั่งร้องไห้อยู่บนพื้นไม่ยอมหยุด ในปากเอาแต่ก่นด่าวาจาหยาบคายออกมา
“หยุดเดี๋ยวนี้ พวกเจ้าเป็นใครกัน? มีสิทธิ์อะไรมาพังข้าวของที่นี่?” แม้หัวหน้าหมู่บ้านจะอายุมากแล้ว ทว่าก็เป็นหัวหน้าหมู่บ้านมาหลายปี ความน่าเกรงขามบนตัวเข้มข้นยิ่งนัก ครั้นเขาตวาดลั่น ก็หยุดหยางซื่อเกินและคนอื่นได้จริงๆ
หยางซื่อเกินเดินออกมาพร้อมกระบองไม้ในมือ ก่อนจะถามหัวหน้าหมู่บ้าน “เจ้าเป็นใคร เป็นคนสกุลไป๋หรือ”