“ไม่ใช่กระมัง? แค่ถูกตีสองสามครั้งเท่านั้น เหตุใดจะให้กำเนิดลูกไม่ได้ เจ้าได้ยินใครพูดมา”
“จะเป็นใครได้อีกเล่า ท่านหมอลู่อย่างไรล่ะ วันนี้ข้านั่งรถเข้าเมืองไปพร้อมกับเขา ระหว่างทางถามอาการของไป๋จื่อ ทีแรกท่านหมอลู่อมพะนำไม่ยอมพูด พวกข้าหลายคนถามอยู่หลายรอบ เขาถึงจะเปิดเผยออกมา กล่าวว่ากระบองไม้กระแทกท้องน้อยของนางเข้า ทำให้บาดเจ็บถึงภายใน ต่อไปอยากจะให้กำเนิดลูก นับเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่ายาก”
“เวรกรรมนัก หญิงชราสกุลไป๋ผู้นั้นขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้าย ครั้งนั้นสามีของนางและเจ้าสามตกลงมาจากหลังคาเรือน เดิมทีไม่ได้บาดเจ็บสาหัส ท่านหมอลู่รีบจัดยาตามใบสั่งให้นาง แต่นางกลับเสียดายเงิน ปล่อยให้สามีและลูกชายคนสุดท้องทรมานจนตาย เหลือเพียงจ้าวหลานและไป๋จื่อสองแม่ลูก ให้พวกนางรับผิดชอบหาเงิน ช่างไม่กลัวกรรมตามสนองเอาเสียเลย”
หญิงสาวที่ซักเสื้อผ้าพูดคุยกันอยู่ริมแม่น้ำไม่น้อย เรื่องเล่ากันไปปากต่อปาก เพียงเวลาชั่วพริบตา เรื่องที่ไป๋จื่อถูกคนสกุลไป๋ทุบตีจนไม่อาจให้กำเนิดลูกได้อีกก็แพร่สะพัดไปทั่ว
พอดิบพอดีกับที่วันนี้คนสกุลไป๋ไม่ได้มาซักผ้า เพราะกำลังใคร่ครวญว่าจะใช้เงินยี่สิบสองตำลึงนี้อย่างไร ไหนเลยจะมีเวลาว่างไปคุยเล่นที่ริมแม่น้ำ เรื่องที่ทั้งหมู่บ้านรู้ คนสกุลไป๋กลับไม่รู้