้อผัดไฟแดงชิ้นสุดท้ายในถ้วนของตนเองเข้าปาก ก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “ใครใช้ให้พวกเจ้ากลับมาช้าเช่นนี้? กลับมาเร็วย่อมมีกินไม่ใช่หรือ กลับมาเอาป่านนี้ ไม่ดูเสียเลยว่าตอนนี้มันกี่ยามแล้ว”กลับมาเร็วแล้วจะให้นางกินเนื้อผัดไฟแดงนี่หรือ? เหอะๆ“ข้ากับท่านแม่ล้วนบาดเจ็บไปทั้งตัว กลับมาเวลานี้ได้นับว่าไม่เลวแล้ว พวกท่านทำเกินไปจริงๆ ไม่ให้กินข้าวเช้าก็ช่าง แต่ไม่เหลือข้าวกลางวันให้สักนิด ข้าว่าพวกท่านไม่ได้คิดว่าข้ากับท่านแม่จะหิวตายเลยมากกว่า” ไป๋จื่อกล่าวหลิวซื่อชี้ตะกร้าที่อยู่ข้างๆ พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าไม่ได้ขุดผักป่ากลับมาหรือ? ไปทำเองสิ คิดจะให้คนอื่นมาปรนนิบัติเจ้าได้อย่างไร?”ไป๋จื่ออยากจะเตะตะกร้านี้แล้วสะบัดก้นจากไป แต่คิดดูแล้วนี่เป็นผักที่ท่านลุงหูให้มา และเกรงว่าอาหารเย็นของนางกับท่านแม่จะต้องอาศัยผักป่านี้ นางจึงไม่ได้กล่าวอะไรอีก เพียงทำสีหน้าไม่พอใจ แล้วถือตะกร้าไปยังหลังครัวบนเตายังมีน้ำมันหมูอยู่ครึ่งถ้วย เหลือจากตอนที่หลิวซื่อทำเนื้อผัดไฟแดงเมื่อครู่ สำหรับสกุลไป๋อย่างพวกเขาแล้ว น้ำมันหมูเป็นสิ่งของหายาก ปกติแล้วจะเก็บซ่อนไว้ บางครั้งก็คลุกข้าวให้ไป๋เสี่ยวเฟิงกิน วันนี้หลิวซื่อคิดเพียงแต่จะกินเนื้อให้เยอะๆ จึงไม่ทันได้เก็บกวาดครัว เผยช่องโหว่ให้ไป๋จื่อแล้วตอนที่ผัดผักป่า นางใส่น้ำมันหมูทั้งหมดในถ้วยลงหม้อ ไม่เหลือให้พวกเขาแม้สักหยดเดียวกลิ่นน้ำต้มกับกลิ่นน้ำมันหมูผั