เขาทุกคืนวันไปชั่วขณะ มุมปากยกยิ้มจาง ความเฉยชาในดวงตาหายไปโดยไม่รู้ตัวไป๋จื่อไปที่ห้องครัวแล้ว หูจ่างหลินกล่าวว่านางทำเพียงลำพังจะเหนื่อย ถึงอย่างไรบนร่างกายก็ยังมีบาดแผล จึงไปเรียกหูเฟิงในห้องให้ไปช่วยชายหนุ่มเข้ามาจากข้างนอก ครั้นเห็นท่าทางของนางแล้ว เขาพลันยิ้มอยู่ในใจ ทว่าบนใบหน้ากลับยังคงเรียบเฉย เขาก้าวไปหยิบมีดหั่นผักมาสับกระต่ายอ้วนพีดังปักๆ เพียงแต่ไม่กี่ครั้งก็สับเรียบร้อยแล้ว“ใช้ได้ ฝีมือการใช้มีดไม่เลว ดูท่าปกติเจ้าหั่นผักไม่น้อยเลย” นางยิ้มพลางกล่าวชมเขาทว่าหูเฟิงกลับนั่งลงตรงหน้าเตา ก่อนจะเงยหน้ามองไป๋จื่อ แล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า “ข้าทำอะไรล้วนมีพรสวรรค์”ไป๋จื่อตะลึงงัน คนผู้นี้กำลังพูดเล่นกับนางอยู่หรือ? ดูท่าทางไม่เหมือนเลย…นางหัวเราะแห้งๆ สองเสียง คิดเสียว่าเขากำลังพูดเล่นบัดนี้หูเฟิงจุดไฟแล้ว ในหม้อที่ขัดจนสะอาดก็มีไอร้อนขึ้นมาแล้ว นางจึงหยิบน้ำมันครึ่งถ้วยออกมาจากในตู้ พร้อมทั้งเครื่องปรุงเล็กน้อย แม้จะมีน้อยชนิด ทว่าก็เพียงพอสำหรับทำเนื้อกระต่ายผัดไฟแดงแล้วหลังจากต้มน้ำหม้อหนึ่งแล้ว นางก็นำเนื้อกระต่ายลงไปลวกในน้ำเดือด เพื่อใช้น้ำสะอาดล้างเสียอีกรอบหนึ่ง จากนั้นถึงเทน้ำมันใส่กระทะ ผัดเนื้อกระต่ายจนน้ำแห้งบางส่วน ก่อนจะใส่โป๊ยกั๊กและอบเชยที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ลงไป ครั้นตุ๋นไฟอ่อนจนเปื่อยแล้วก็เพิ่มไฟแรงให้น้ำงวด เมื่อใกล้จะยกกระทะขึ้น นางถึงหยิบวัตถุดิบประเภทโ