สิบเหวิน พลางกลืนน้ำลายลงลำคออย่างแรง ราวกับเนื้อผัดไฟแดงวางอยู่เบื้องหน้านางแล้ว
เจ้ารองเข้ามาจากด้านนอก เขาเห็นภาพนี้พอดี จึงยิ้มไม่หุบเช่นกัน “ท่านแม่ วันนี้ดวงอาทิตย์ไม่ได้ขึ้นทางตะวันตกกระมัง เหตุใดถึงให้พวกเราซื้อเนื้อกินเล่า”
หญิงชรามองตาขวางใส่เขาครั้งหนึ่ง กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “พูดเหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยซื้อเนื้อให้พวกเจ้ากิน” นางมองเจ้ารองตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นเสื้อผ้าบนตัวเขาสะอาดสะอ้าน ไม่เห็นมีหยาดเหงื่อหรือน้ำโคลนสักนิด รองเท้าก็สะอาดเหมือนไม่ได้ออกไปข้างนอก
สีหน้าของหญิงชราหม่นลงในทันที นางไม่พอใจยิ่งนัก “เจ้าไม่ได้ไปที่นาหรือ”
เจ้ารองทำหน้าตาราวกับว่าสมควรเป็นเช่นนั้น “ข้าจะไปที่นาคนเดียวได้อย่างไร แม้แต่ผู้ช่วยสักคนก็ไม่มี”
แม่สามีโมโหจนอยากจะหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาตีเขาสักยก แต่ถึงอย่างไรก็เป็นบุตรชายของตน ไหนเลยจะตัดใจตีได้ลงคอ “เจ้าพูดจาไร้สาระอะไร? เหตุใดจะไปที่นาคนเดียวไม่ได้? ทั้งยังต้องการผู้ช่วยอีก? ตอนจ้าวหลานไม่ได้บาดเจ็บ นางก็ไปที่นาคนเดียว และไม่เห็นว่าจะมีคนไปเป็นผู้ช่วยนางเลย!”
เจ้ารองเชิดหน้าตอบ “จ้าวหลานก็คือจ้าวหลาน ข้าก็คือข้า ท่านนำข้าไปเปรียบกับจ้าวหลานได้อย่างไร อีกอย่างเรื่องนี้ต้องโทษท่าน หากท่านไม่ได้ตีจ้าวหลานจนบาดเจ็บ เกรงว่างานในที่นาคงจะเป็นนางที่ทำจนเสร็จ ยังต้องให้พวกเรากังวลใจหรือ?”
[1] สามหนังสือหกพิธีการ เป็นวัฒนธรรมการแต่งงานของคน