้ยินสามีเจ้าเรียกหรืออย่างไร? อีกเดี๋ยวเสี่ยวเฟิงน่าจะกลับมาแล้ว จำไว้ว่าต้องต้มไข่ไก่ให้เสี่ยวเฟิงใบหนึ่งด้วย”
หลิวซื่อเห็นแม่สามีระลึกถึงเสี่ยวเฟิงตลอดเวลา ในใจของนางก็นับว่ารู้สึกดีขึ้นบ้าง “เจ้าค่ะ ข้าจะไปทำกับข้าว แต่ไข่ไก่หมดแล้ว แม่ไก่แก่ในบ้านของพวกเราตัวนั้น ไม่ได้ออกไข่มาหลายวันแล้ว”
นางเปิดประตูใหญ่ เห็นในลานบ้านไม่มีใคร นางจึงกล่าวอีก “นางเด็กไป๋จื่อก็ยังไม่กลับมา เกรงว่ากลางวันนี้คงจะไม่มีผักให้กิน”
หลิวซื่อชำเลืองมองตรงอกเสื้อตุงๆ ของแม่สามี จู่ๆ ก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านแม่ เมื่อวานบ้านของหลี่ซื่อฆ่าหมูตัวหนึ่ง วันนี้จะส่งไปขายในเมือง คิดดูแล้วยังเหลืออยู่มาก พวกเราไปเฉือนเนื้อมาทำอาหารสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ”
หากพูดเช่นนี้ในเวลาปกติ ให้ตายอย่างไรหญิงชราก็ไม่ยอม ทว่าวันนี้ต่างออกไป วันนี้หลิวซื่อนำรายได้สิบตำลึงเงินกลับมา และยังมีสิบสองตำลึงเงินรอนางอยู่ ในใจนางปลื้มปริ่มนัก ก่อนจะนึกได้ว่าในบ้านไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานมากแล้วจริงๆ อีกทั้งจางซื่อและเจินจูก็ไม่อยู่ เฉือนหมูสามชั้นสักสองชั่งมา พวกนางทั้งครอบครัวน่าจะพอกิน
คิดถึงตรงนี้ นางพลันหมุนกายเข้าเรือน เก็บสิบตำลึงเงินในอกใส่หีบเงิน ก่อนจะหยิบทองแดงพวงหนึ่งออกมาจากข้างใน จากนั้นก็นำออกไปส่งให้หลิวซื่อ “นี่ห้าสิบเหวิน นำไปซื้อเนื้อหมูสักสองชั่ง หากเหลือก็ซื้อไข่ไก่สักสองสามฟอง ไปสิ”
หลิวซื่อดีใจยกใหญ่ รีบรับเงินห้า