งรู้สึกได้ถึงความจนใจที่ไป๋จื่อต้องทำถึงเพียงนี้เช่นกัน หากไป๋จื่อถูกขายให้หมู่บ้านไป๋หยางจริง เช่นนั้นเกรงว่าพวกนางสองแม่ลูกคงไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันอีกแล้ว“ท่านแม่ ข้ามั่นใจ วันนี้ข้ายังเด็ก มีข่าวลือเช่นนี้แพร่สะพัดไปก็ไม่เป็นไร ผ่านไปสองสามปี ข้าค่อยให้ท่านหมอลู่กู้ชื่อเสียงให้ข้าก็ได้กระมัง? ไม่น่ามีผลกระทบใด ท่านวางใจเถิดเจ้าค่ะ”จ้าวหลานถอนใจยาวเฮือกหนึ่ง “ต้องโทษที่แม่ไร้ประโยชน์ ปกป้องเจ้าไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเจ้าคงไม่ต้องทำเรื่องเช่นนี้”“จ้าวหลาน? จื่อยาโถว? เหตุใดพวกเจ้าถึงมาล่ะ”สองแม่ลูกเดินมาถึงหน้าบ้านสกุลหูโดยไม่รู้ตัว หูจ่างหลินกำลังยืนกวาดพื้นอยู่หน้าประตู ครั้นเห็นพวกนางมา เขาก็รีบเข้ามาต้อนรับจ้าวหลานเห็นสภาพที่ต้องใช้ผ้าคล้องแขนของหูจ่างหลิน นางพลันรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง ถึงอย่างไรเขาก็บาดเจ็บเพราะนาง“พี่หู ข้าขอโทษจริงๆ ทำให้ท่านลำบากแล้ว”หูจ่างหลินวางไม้กวาดในมือลง แล้วโบกมือให้จ้าวหลาน “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไม่เจ็บแล้ว หมอลู่บอกกับข้าว่าแผลนี้ไม่หนัก พักสักเจ็ดแปดวันก็หายแล้ว เจ้าต่างหาก มือของเจ้าบาดเจ็บซ้ำสอง เกรงว่าจะสาหัสกว่าเดิมกระมัง?”จ้าวหลานก็รีบโบกมือเช่นกัน “ข้าไม่เป็นไร พักสักพักก็น่าจะหาย ไม่ใช่เรื่องใหญ่”หูจ่างหลินนำพวกนางเข้าไปในลานบ้าน ที่เละเทะจากฝีมือของสองพี่น้องสกุลไป๋เมื่อวาน บัดนี้เก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว“พวกเจ้ายังไม่ได้กินข้าวเช้าสินะ กินที่นี่เส