นว่าออกมาเสียครั้งหนึ่ง ทว่าด่าเสร็จแล้วอย่างไร? อยากกินข้าวยังต้องทำด้วยตนเอง จ้าวหลานและไป๋จื่อไม่อยู่ หลิวซื่อไปที่หมู่บ้านไป๋หยางแล้ว จางซื่อก็ไปอีกคน ดีเสียจริง ตอนนี้คนในบ้านที่ทำงานได้ไม่เหลือแม้สักคน เหลือเพียงนางผู้เดียวขณะที่ไป๋จื่อและจ้าวหลานเดินไปยังบ้านของหูจ่างหลิน ระหว่างทางพบรถเทียมวัวคันหนึ่ง คนที่ลากรถเทียมวัวคือตาเฒ่าจ้าวในหมู่บ้าน เขาจะลากรถเทียมวัวไปในเมืองอยู่บ่อยๆ ชาวบ้านที่อยากเข้าไปในเมืองมักจะตกลงกับเขาไว้ก่อนล่วงหน้า จะนั่งรถสักรอบต้องจ่ายห้าทองแดงคนที่นั่งอยู่บนรถเทียมวัวตอนนี้ ก็คือท่านหมอลู่ครั้นไป๋จื่อเห็นท่านหมอลู่ นางพลันตาเป็นประกาย ในใจเกิดความขึ้นหนึ่งขึ้นทันที รีบหยุดรถเทียมวัวนั้นไว้[1] สิ่งของสี่อย่างในการเล่าเรียน ได้แก่ พู่กัน หมึก กระดาษ ที่ฝนหมึก[2] กระดูกหักแล้วยังมีกล้ามเนื้อเชื่อมต่อกัน อุปมาถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น แม้จะเกิดความขัดแย้งบ้าง แต่สุดท้ายก็ตัดความสัมพันธ์กันไม่ได้
ตอนที่ 70 บุตรชายของผู้อื่น
จางซื่อโมโหจนแทบจะกระอักเลือด นางแต่งให้ผู้ชายเช่นนี้ได้อย่างไร
หญิงชราสกุลไป๋ดึงสายตาเย็นชากลับมาที่ใบหน้าของจางซื่ออีกครั้ง “เก่งนักนะ หญิงชาวบ้านผู้หนึ่ง คิดไม่ถึงว่าจะกล้าเรียกร้องแยกบ้าน เพราะเหตุใด? สกุลไป๋ของพกวเราปฏิบัติกับเจ้าไม่ดีหรือ? ไม่มีเสื้อผ้าให้เจ้าสวมใส่ ไม่มีข้าวให้กินหรืออย่างไร?”
จางซื่อนับว่าเปิดใจแล้ว จึงพูดออกม