าตามตรง “เรื่องอาหารหรือเสื้อผ้าข้าขอไม่พูด แต่จะพูดเรื่องที่เสี่ยวเฟิงได้เรียนหนังสือ เสี่ยวเฟิงเป็นบุตรชายของสะใภ้ใหญ่ เขาเรียนหนังสือได้ บุตรชายของข้าฟู่กุ้ยก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเสี่ยวเฟิง เหตุใดไม่ให้ฟู่กุ้ยเรียนหนังสือบ้างเล่า? เหตุใดลูกหลานบ้านเราถึงต้องทำงานเพื่อให้เสี่ยวเฟิงเรียนหนังสือด้วย?”
หลิวซื่อรีบกล่าว “น้องสะใภ้พูดเช่นนี้ก็เห็นข้าเป็นคนนอกแล้ว เสี่ยวเฟิงเป็นหลานแท้ๆ ของเจ้ากับเจ้ารอง ต่อไปเสี่ยวเฟิงได้ทำงานราชการ ครอบครัวของพวกเรามีความสุขร่วมกัน จะขาดเจ้ากับเจ้ารองได้หรือ?”
ผู้อื่นไม่รู้ว่าไป๋เสี่ยวเฟิงมีพฤติกรรมอย่างไร ทว่าจางซื่อเห็นอยู่ในสายตาเสมอ จะไม่รู้ได้อย่างกันเล่า? คนเช่นไป๋เสี่ยวเฟิง อย่าว่าแต่จะสอบได้หรือไม่เลย ถึงแม้ได้ทำงานราชการจริงๆ ในสายตาของเขาจะมีญาติจนๆ เช่นนางกับเจ้ารองอยู่หรือ? ให้ตายอย่างไรนางก็ไม่เชื่อ
“ข้าไม่หวังเรื่องนั้นหรอก ตอนนี้ข้าเพียงต้องการแยกบ้าน ข้าจะพาเจินจูและฟู่กุ้ยไปด้วย จะทำนาหาเลี้ยงตนเอง ไม่อยากช่วยบุตรชายของผู้อื่นอีกต่อไปแล้ว”
หญิงชรารักและเอ็นดูไป๋เสี่ยวเฟิงเป็นที่สุด เมื่อได้ยินจางซื่อพูดว่าบุตรชายของผู้อื่นอย่างนั้น บุตรชายของผู้อื่นอย่างนี้ ฟังแล้วนางพลันโกรธเกรี้ยว ชี้หน้าต่อว่าจางซื่อ “จางซูเหมย เก่งเสียเหลือเกินนะ เรื่องสกุลไป๋ของพวกเรา เจ้าพูดนั่นพูดนี่ตั้งแต่เมื่อใด? เรื่องแยกบ้านนี้ ยังไม่ถึงเวลาให้เจ้าพูดได้ ทำหน้