าที่ส่วนของตนเองให้ดี ส่วนเรื่องอื่น เจ้าไม่ต้องยุ่งทั้งนั้น”
ครั้นกล่าวจบ นางก็หันไปถลึงตาใส่หลิวซื่อ “เจ้ายังตะลึงลานอะไรอยู่ที่นี่? ยังไม่รีบไปจัดการเรื่องสำคัญอีก?”
หลิวซื่อดึงสติกลับมา รีบตอบรับแล้วเดินออกไปข้างนอก
สตรีสูงวัยถลึงตาใส่จ้าวซื่ออย่างดุร้ายอีกครั้ง ก่อนจะหมุนกายเข้าเรือนไป
ความโกรธในใจของจางซื่อ นางอยากจะระบายใส่เจ้ารองนัก ทว่าเจ้ารองกลับหายไปราวกับควัน
นางจึงไม่ตากเสื้อผ้าเสียเลย เพียงแต่เข้าเรือนไปเก็บเสื้อผ้าสองสามตัว แล้วลากไป๋เจินจูเดินออกไปข้างนอก
“ท่านแม่ ตอนนี้ท่านจะพาข้าไปที่ใด” แม้ไป๋เจินจูจะอยู่ในเรือนตลอด ไม่ได้ออกไปข้างนอก ทว่านางได้ยินเสียงถกเถียงในลานบ้านอย่างชัดเจน ไม่ตกหล่นแม้สักคำ
“บ้านนี้ไม่ยินดีให้ข้าอยู่แล้ว เจ้าไปกับข้า ไปอยู่ที่บ้านท่านลุงของเจ้าสักสองสามวัน”
ไป๋เจินจูไม่ยินยอมแม้สักนิด ทว่าท่านแม่ฉุดกระชากลากถูนางเช่นนี้ นางไม่อาจโต้เถียงกับมารดาแท้ๆ ของตนเองในหมู่บ้านได้เช่นกันกระมัง ด้วยความจนใจ นางทำได้เพียงเดินตามอีกฝ่ายไปยังบ้านท่านลุงที่อยู่หมู่บ้านข้างๆ
แม่สามีไม่รู้ว่าสะใภ้รองพาหลานสาวไปแล้ว ครั้นนางหิวจนท้องร้อง และไม่เห็นจางซื่อออกมาเรียกนางกินข้าว นางจึงต่อว่าอยู่ในเรือนเสียรอบหนึ่ง ทั้งยังตามหาสะใภ้รองของตนจนทั่ว ทว่ากลับไม่เห็นอีกฝ่ายแม้แต่เงา คราวนี้นางถึงได้รู้ว่าจางซื่อพาไป๋เจินจูไปแล้ว
นางโมโหไม่น้อย ในปากก่นด่าไม่หยุด คำกล