้างนอก ตรงที่นางมองอยู่ไม่ไกลนัก เป็นหูเฟิงที่กำลังเปลือยไหล่ซ่อมเรือนอยู่ไป๋เจินจูหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาจ้องมองหูเฟิงตาไม่กะพริบนางออกไปข้างนอกน้อยนัก เคยได้ยินเพียงชื่อของหูเฟิง แต่กลับไม่เคยพบตัวเป็นๆ มาก่อน ยังคิดว่าเป็นชายหนุ่มร่างเตี้ยหน้าตาอัปลักษณ์ วันนี้ได้เห็นแล้ว กลับเป็นบุรุษรูปงามร่างสูงใหญ่ เพียงมองครั้งเดียวสติของนางก็กระเจิงไปจนหมดปีนี้นางอายุสิบห้า ถึงวัยแต่งงานพอดิบพอดี ที่บ้านให้นางไปดูตัวกับหลายรอบครัว ทว่านางไม่ชอบพอใคร หากอีกฝ่ายไม่ได้ยากจนข้นแค้นถึงขั้นอดอยาก ก็หน้าตาน่าเกลียดหาใดเปรียบ เทียบกับหูเฟิงที่อยู่เบื้องหน้าไม่ได้ ผู้ชายพวกนั้น ไม่คู่ควรแม้แต่ยกรองเท้าให้เขาด้วยซ้ำไปจางซื่อยื่นมือไปหยิกแขนของบุตรสาวครั้งหนึ่ง พลางพูดเสียงเบา “มองอะไร ไม่รู้จักอาย ยังไม่รีบกลับห้องไปอีก”ไป๋เจินจูคอตกไปพร้อมกับหน้าแดงระเรื่อ ก่อนจะรีบวิ่งกลับห้องไปหลิวซื่อเห็นภาพนี้พอดี โอกาสหัวเราะเยาะถากถางเช่นนี้ นางจะพลาดไปได้อย่างไร“น้องสะใภ้ จูเอ๋อร์อยู่ในช่วงแตกเนื้อสาว เห็นบุรุษหล่อเหลาเข้า ก็ย่อมเกิดความรู้สึกรักอันยากจะหลีกเลี่ยง นี่เป็นเรื่องปกตินัก เจ้าก็อย่าจู้จี้จุกจิกกับบุตรสาวนักเลย”สีหน้าของจางซื่อเปลี่ยนไปในทันที “สะใภ้ใหญ่ ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้าพูดอะไรหรอกนะ จูเอ๋อร์เพียงแค่มองหูเฟิงเท่านั้น จะเกิดความรู้สึกรักได้อย่างไร อีกอย่าง ข้าไม่เห็นด้วยกับคำพูดของสะใภ้ใหญ่ หวั่นไ