่ายเป็นทุกข์อยู่บ้าง “ต่อหน้านายอำเภอ เรื่องเล็กใหญ่ของชาวบ้าน ย่อมต้องจัดการอยู่แล้ว เจ้าเห็นหนังสือสัญญาลายลักษณ์อักษรเป็นแค่เรื่องตลกหรือ เจ้าคิดว่ากฎหมายของแคว้นฉู่เป็นเพียงลมปากเท่านั้นหรือ”
หญิงชราร้อนรน “เช่นนั้น เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี ข้า ข้าก็ไม่รู้หนังสือ หลักฐานตัวอักษรที่เขาเขียนเมื่อครู่ ข้าไม่ได้อ่านโดยสิ้นเชิง เป็นเขาจงใจหลอกข้า ข้าไม่ยอม”
หัวหน้าหมู่บ้านแค่นหัวเราะ “ยอมหรือไม่เป็นเรื่องของเจ้า ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า ถึงตอนนั้นท่านหมอลู่ฟ้องเจ้ากับที่ว่าการอำเภอ เจ้าจะกล่าวคำพูดนี้กับนายอำเภอก็ได้”
“แล้วนายอำเภอจะฟังข้าหรือ จะยืนอยู่ข้างข้าหรือไม่” หญิงชรามีสีหน้าร้อนใจ ในใจว้าวุ่นไปหมด
หัวหน้าหมู่บ้านยักไหล่ “นายอำเภอจะตัดสินอย่างไร ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรกัน ถึงตอนนั้นเจ้าไปแล้ว ก็จะรู้เองนั่นแหละ”
หลังจากพูดจบ หัวหน้าหมู่บ้านก็ขี้เกียจจะพูดมากความกับนางอีก เขากวาดสายตามองไป๋จื่อและจ้าวหลานครั้งหนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ “ในเมื่อพวกเจ้าบังคับรับจ้าวหลานสองแม่ลูกกลับมาแล้ว เช่นนั้นก็ดูแลพวกนางให้ดี หากพวกนางเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก ก็อย่าหาว่าหัวหน้าหมู่บ้านอย่างข้า ไม่ไว้หน้าพวกเจ้าก็แล้วกัน” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวจบ ก็สะบัดแขนเสื้อจากไป
นางโมโหจนต้องกระทืบเท้า แล้วขากเสลดใส่หัวหน้าหมู่บ้านที่เดินไกลออกไป ในปากก่นด่าคำกล่าวไม่น่าฟังมากมาย
เมื่อกันกลับไป นางสบสายตาที่หูเฟิงมอง