งฟืนสุมอยู่จนเต็ม สามารถบรรจุคนผู้หนึ่งขดตัวอยู่ในนั้นได้เท่านั้น แม้แต่จะยืนก็ทำไม่ได้ ถึงแม้นั่งบนพื้น ขาก็เหยียดได้ไม่สุด เด็กสาวอย่างนางยังทำไม่ได้ แล้วจ้าวหลานที่รูปร่างสูงกว่านางถูกขังอยู่ในนั้น จะได้รับความทุกข์ทนถึงเพียงใดกัน
นางไม่คิดมากอีก รีบร้อนพุ่งเข้าไปในเรือนใหญ่ เพื่อทะลุออกไปด้านหลังลานบ้าน
ด้านหลังลานบ้านมีคนยืนอยู่หลายคน ได้แก่ ไป๋ต้าเป่า ไป๋เสี่ยวเฟิง ลูกชายคนโตและคนรองของเจ้าใหญ่ และยังมีไป๋เจินจู ไป๋ฟู่กุ้ย ลูกสาวคนโตและลูกชายคนรองของเจ้ารอง
ปีนี้ไป๋ต้าเป่ามีอายุสิบแปดปี ส่วนสูงเลยช่วงไหล่ของบิดาเขาไปแล้ว หน้าตาละม้ายคล้ายหลิวซื่อยิ่งกว่า สีหน้าหยาบคายและปากจัด เขานั่งเฝ้าอยู่บนเก้าอี้ด้านหน้าเรือนมืดหลังเล็ก พิงหลังบนประตูไม้ขนาดเล็กของเรือน ไม่ยอมให้คนด้านในออกมา
นางได้ยินเสียงทุบประตู ไปจนถึงเสียงร้องเรียกของมารดา
ไป๋เสี่ยวเฟิงและไป๋ฟู่กุ้ยไม่รู้ว่ายืนพึมพำอะไรอยู่ตรงมุม ส่วนไป๋เจินจูถือพัดโปร่ง พัดมันขึ้นลงอยู่บ้าง ครั้นเห็นไป๋จื่อเข้ามาด้านหลังลานบ้าน นางก็กล่าวทันทีว่า “โอ้ ยังรู้จักกลับมาอยู่นี่ เตียงของสกุลหูนุ่มกว่าเตียงที่สกุลไป๋ของพวกเราหรือไม่”
ตอนนี้ไป๋จื่อไม่มีกะใจจะตีฝีปากกับนาง ดูจากในความทรงจำแล้ว ไป๋เจินจูผู้นี้มีเจตนาเป็นศัตรูของนางมาโดยตลอด เอาแต่เพ่งเล็งนางตลอดเวลา พูดคำกล่าวไม่น่าฟังพรรค์นี้ออกมาได้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรเช่นกัน
ไป๋จื