ใดถึงกล้ามาทำตัวอันธพาลที่สกุลไป๋ของข้า”ชายหนุ่มเก็บสายตาที่จ้องมองหลิวซื่อ ก่อนจะมองเจ้าใหญ่อย่างเย็นชา ความดุดันในแววตาเด่นชัดยิ่งนัก แม้แต่ชายร่างใหญ่อย่างเจ้าใหญ่เห็นเข้า ก็ยังอดหวาดหวั่นใจไม่ได้“แล้วเจ้าเป็นใคร ถึงได้กล้าไปทำตัวอันธพาลที่สกุลหูของข้า ทั้งยังตีพ่อข้าจนบาดเจ็บ พูดสิ เจ้าใช้มือไหนตี”คราวนี้เจ้าใหญ่ยังไม่ทันถูกตี ก็รู้สึกเจ็บแขนอย่างมากแล้ว…เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างควบคุมไม่ได้ กล่าวทั้งๆ ที่รู้ว่าตนผิดว่า “เจ้า เจ้าสนว่าข้าใช้มือไหนตีอย่างนั้นหรือ พ่อเจ้าต่างหากหน้าไม่อาย จับจ้าวหลานไว้ไม่ยอมปล่อย ข้าตีเขาแล้วมันอย่างไร หากเขาไม่ทำเรื่องสกปรกโสมมเช่นนี้ ข้าจะลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าหรือ”ตอนนี้เจ้าใหญ่รู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้ว ตอนนั้นเขาตีหูจ่างหลิน ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แค่พุ่งเข้าไปด้วยความโมโห ไหนเลยจะคิดเรื่องพวกนี้ได้ บัดนี้คิดขึ้นมาแล้ว ถึงได้รู้ว่าตอนนั้นบุ่มบ่ามจนเกินไป หูเฟิงไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องได้ ได้ยินว่าชายหนุ่มเป็นวรยุทธ์ หนึ่งหมัดก็จัดการวัวตายได้ตัวหนึ่ง…แต่ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ…ไป๋จื่อได้ยินคำพูดนี้ของเจ้าใหญ่แล้ว นางพลันโมโหจนต่อมคุณธรรมในสมองเจ็บปวด ก่อนจะพุ่งเข้าไปชี้เจ้าใหญ่ พลางกล่าวว่า “เจ้าโกหกหน้าด้านๆ เมื่อวานแม่ข้าถูกคนสกุลไป๋ของพวกเจ้าตีจนมือหัก บ้านก็พังถล่มเพราะลมพัด ข้างนอกฝนตกหนัก ข้ากับแม่ข้าบาดเจ็บไปทั้งตัว แต่คนสกุลไป๋อย่างพวกเจ้ากลับป