จะล้างทั้งหมดจนสะอาด แล้วใส่เข้าไปในตะกร้าสะพายหลัง
ไป๋จื่อเห็นว่ามีป่าไผ่เหมาอยู่ผืนหนึ่งไม่ไกล จึงให้หูเฟิงไปตัดไผ่หนาเท่าปล้องแขนคนมาท่อนหนึ่ง
หูเฟิงโยนท่อนไม้ไผ่ลงตรงหน้านาง ก่อนจะเอ่ยถาม “เจ้าต้องการมันไปทำอะไร”
นางชี้ไปยังน้ำในลำธารด้านข้าง ยิ้มพลางกล่าว “ท่านลุงหูกับท่านแม่ของข้าทำงานอยู่ในที่นา ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว อากาศก็ร้อนยิ่งนัก น้ำที่นำไปด้วยย่อมมีให้ดื่มไม่เท่าไร น้ำที่นี้เย็นสดชื่นเช่นนี้ พวกเรานำไปให้พวกเขาดื่มคลายร้อนสักหน่อยเถิด”
ชายหนุ่มเข้าใจในทันที “เจ้าเอาใจใส่ทีเดียวนะ” เขาดึงจุกปิดไม้ไผ่ด้านบนออก หลังจากล้างจนสะอาดแล้วก็ใส่น้ำลงไปจนเต็ม เมื่อใส่เข้าไปในตะกร้าสะพายหลัง ก็ค่อยนำใบไม้และหญ้ามาปิดด้านบนไว้
ตะกร้าหนักขึ้นมาก บนไหล่ของไป๋จื่อยังมีบาดแผลอยู่ ทุกย่างก้าวที่สะพายตะกร้านี้อยู่ ล้วนทรมานยิ่งนัก
นางกัดฟันทน ไม่ร้องว่าเหนื่อยเหรือเจ็บเลยตลอดทาง
เดิมทีหูเฟิงเดินอยู่ข้างหน้า ก็ตั้งใจผ่อนฝีเท้าลงแล้ว ทว่าจื่อยาโถวที่อยู่ข้างหลังกลับเดินตามเขาไม่ทันเสียที
เขาหยุดฝีเท้า แล้วหันหน้าไปมองเงาร่างเล็กที่เดินเข้ามาหาเขาทีละก้าว ภายใต้แสงอาทิตย์ยามนี้ บนใบหน้าที่มีร่องรอยฟกช้ำเต็มไปหมดของนาง แผ่กระจายความเข้มแข็งและอดทนที่หาไม่ได้จากสตรีทั่วไป
นางขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังเม้มริมฝีปากแน่น สองมือประคองก้นตะกร้าสะพายหลังไว้ ราวกับอยากจะลดน้ำหนักที่แบกอยู่สักเล็กน้อ