นใหญ่แล้วคนที่ทำงานในทุ่งนาจะหายไปกันหมด บางคนกลับบ้านไปกินข้าวและพักผ่อน บางคนหาพื้นที่ร่มไม้พักขาและหลบแดด เมื่อความร้อนช่วงนี้กระจายตัวไปบ้างแล้วถึงค่อยเริ่มทำงาน หลีกเลี่ยงอาการไข้ขึ้นสูง อย่างไรก็ได้ไม่คุ้มเสียหูเฟิงนำทางไป๋จื่อไปยังที่นาของตระกูลเขา พื้นที่ปลูกผักและที่นาปลูกข้าวสาลีไม่ได้อยู่ด้วยกัน พื้นที่ปลูกผักจะอยู่ใต้ที่ราบพยัคฆ์ ทุกที่ล้วนมีต้นไม้และต้นหญ้า เย็นสบายกว่าที่นามาก และมีร่มไม้มากมายให้ได้ตากลมพักผ่อน มิน่าเล่าคนสกุลไป๋ถึงได้ชอบทำงานในทุ่งนานักพวกเขามองเห็นหูจ่างหลินกำลังเกลี่ยดินพร้อมเหงื่อเต็มตัวอยู่ไกลๆ ส่วนจ้าวหลานช่วยเขาพรวนดินอยู่ข้างหลัง แม้จะใช้มือซ้าย ทว่ายังคงทำงานได้คล่องแคล่วมาก ช่วยอีกฝ่ายได้ไม่น้อยเลยจริงๆไป๋จื่อเร่งฝีเท้าเข้าไปหา “ท่านแม่…พวกข้ามาแล้ว”จ้าวหลานหยุดงานในมือ ก่อนจะหันไปเห็นบุตรสาววิ่งเข้ามาหานาง ใบหน้าเล็กตากแดดจนแดงระเรื่อ เลือดฝาดบนนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในมือถือไก่ป่าที่ไร้ลมหายใจอยู่ตัวหนึ่ง“วิ่งช้าๆ หน่อย เดี๋ยวจะหกล้มเอา” นางยิ้มพลางวางอุปกรณ์ทำนาในมือลง แล้วเข้าไปจับมือบุตรสาวเอาไว้ ก่อนจะจูงไปนั่งใต้ร่มไม้ต้นหนึ่ง “เจ้าพักอยู่ตรงนี้ พวกข้ายังเหลืองานอีกเล็กน้อย อีกเดี๋ยวทำเสร็จแล้วค่อยกลับไป”ไป๋จื่อรั้งมารดาไว้ “อย่าไปเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่พักสักหน่อยเถิด ข้าทำเอง” นางยัดไก่ป่าในมือตนใส่อ้อมอกของจ้าวหลาน จากนั้นก็หมุนตัวเดินไ