มือข้างหนึ่งหยิบเอาอุปกรณ์ทำนา ส่วนมือข้างหนึ่งก็จับแขนของไป๋จื่อไว้ เพื่อดึงนางไปด้านข้าง
ลุงหูที่เห็นเหตุการณ์อยู่อีกด้าน พลันหัวเราะขึ้นมา “จื่อยาโถวก็เหนื่อยแล้วกระมัง รีบพักอยู่กับแม่เจ้าใต้ต้นไม้เถิด งานเล็กน้อยเช่นนี้ข้ากับหูเฟิงจะทำเอง ไม่นานหรอก”
บนตัวไป๋จื่อมีบาดแผล ความจริงแล้วก็ทำงานหนักอะไรไม่ได้ ท่ายลุงหูพูดเช่นนี้ นางก็ไม่ได้พูดอะไรมากเช่นกัน เพียงยิ้มกริ่มกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ข้าไปเตรียมอาหารดีกว่า อีกเดี๋ยวข้าจะมาเรียกพวกท่าน”
เดิมลุงหูอยากถามว่านางได้อาหารมาจากที่ใด ทว่าเมื่อเห็นนางเดินออกจากใต้ต้นไม้ไปด้วยความเบิกบาน เขาก็ไม่ได้ถามมากความ ใจคิดว่าต้องขุดมันเทศกับหูเฟิงจากบนภูเขาได้อีกแน่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าในผืนป่าเช่นนั้น นางคิดว่าจะทำได้อย่างไร
ลุงหูกับหูเฟิงก้มหน้าก้มตาทำงาน ส่วนไป๋จื่อนำงูพิษตัวใหญ่และยาวออกมาจากในถุงผ้า
และนั่นเกือบจะทำให้จ้าวหลานตกใจจนเป็นลมไป
ครั้นเห็นจ้าวหลานหน้าซีดสะดุ้งโหยงไปอยู่ข้างๆ ไป๋จื่อก็ถืองูในมือแกว่งไกวไปมา พลางหัวเราะร่า “เพียงแค่งูที่ตายไปแล้วเท่านั้น ดูสิทำให้ท่านตกใจแล้ว”
จ้าวหลานเห็นว่างูตัวนั้นตายแล้วจริงๆ คราวนี้ถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่ายังคงไม่กล้าเข้าใจ แค่ชี้งูในมือไป๋จื่อกล่าวว่า “เร็ว โยนมันทิ้งไป”
ไป๋จื่อส่ายศีรษะ “เช่นนั้นไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ อาหารกลางวันของพวกเราในวันนี้ก็คือมัน โยนทิ้งไปได้อย่างไรกั