นไม้และต้นหญ้า เย็นสบายกว่าที่นามาก และมีร่มไม้มากมายให้ได้ตากลมพักผ่อน มิน่าเล่าคนสกุลไป๋ถึงได้ชอบทำงานในทุ่งนานัก
พวกเขามองเห็นหูจ่างหลินกำลังเกลี่ยดินพร้อมเหงื่อเต็มตัวอยู่ไกลๆ ส่วนจ้าวหลานช่วยเขาพรวนดินอยู่ข้างหลัง แม้จะใช้มือซ้าย ทว่ายังคงทำงานได้คล่องแคล่วมาก ช่วยอีกฝ่ายได้ไม่น้อยเลยจริงๆ
ไป๋จื่อเร่งฝีเท้าเข้าไปหา “ท่านแม่…พวกข้ามาแล้ว”
จ้าวหลานหยุดงานในมือ ก่อนจะหันไปเห็นบุตรสาววิ่งเข้ามาหานาง ใบหน้าเล็กตากแดดจนแดงระเรื่อ เลือดฝาดบนนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในมือถือไก่ป่าที่ไร้ลมหายใจอยู่ตัวหนึ่ง
“วิ่งช้าๆ หน่อย เดี๋ยวจะหกล้มเอา” นางยิ้มพลางวางอุปกรณ์ทำนาในมือลง แล้วเข้าไปจับมือบุตรสาวเอาไว้ ก่อนจะจูงไปนั่งใต้ร่มไม้ต้นหนึ่ง “เจ้าพักอยู่ตรงนี้ พวกข้ายังเหลืองานอีกเล็กน้อย อีกเดี๋ยวทำเสร็จแล้วค่อยกลับไป”
ไป๋จื่อรั้งมารดาไว้ “อย่าไปเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่พักสักหน่อยเถิด ข้าทำเอง” นางยัดไก่ป่าในมือตนใส่อ้อมอกของจ้าวหลาน จากนั้นก็หมุนตัวเดินไปยังที่นา เมื่อครู่นางเห็นท่าทางจ้าวหลานทำงานอยู่ไกลๆ เพียงแค่ใช้อุปกรณ์ทำนาพรวนดินผืนใหญ่ให้เป็นเม็ดเล็กๆ จะได้เพาะปลูกได้สะดวก ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ขณะนี้หูเฟิงก็ปลดตะกร้าที่สะพายหลังอยู่ และกระเป๋าผ้าที่มีข้าวของล้นลงแล้ว เขาพิงศีรษะบนต้นไม้ ทว่าเห็นไป๋จื่อเดินไปในที่นาแล้ว จึงตามไปบ้าง แล้วคว้าอุปกรณ์ทำนาในมือของอีกฝ่ายไว้ “ข้าทำเอง”
เขาแรงเยอะมาก