่อก็ถืองูในมือแกว่งไกวไปมา พลางหัวเราะร่า “เพียงแค่งูที่ตายไปแล้วเท่านั้น ดูสิทำให้ท่านตกใจแล้ว”จ้าวหลานเห็นว่างูตัวนั้นตายแล้วจริงๆ คราวนี้ถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่ายังคงไม่กล้าเข้าใจ แค่ชี้งูในมือไป๋จื่อกล่าวว่า “เร็ว โยนมันทิ้งไป”ไป๋จื่อส่ายศีรษะ “เช่นนั้นไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ อาหารกลางวันของพวกเราในวันนี้ก็คือมัน โยนทิ้งไปได้อย่างไรกัน”[1] ยามเว่ย (未) เท่ากับเวลาประมาณ 13:00-14.59 น.
ตอนที่ 38 งูตายตัวหนึ่ง
นางมองเงาหลังสูงใหญ่ของเขา ฝีเท้ามั่นคง ท่าทางหนักแน่นระหว่างก้าวเดิน ล้วนไม่ใช่ทีท่าที่ชายในป่าคนหนึ่งจะมีได้ จู่ๆ นางก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง หูเฟิงก่อนที่จะสูญเสียความทรงจำไป แท้จริงแล้วเป็นคนอย่างไรกันแน่?
เมื่อนางดึงสติกลับมา หูเฟิงก็เดินไปไกลแล้ว นางจึงรีบถือไก่ป่าวิ่งสั้นๆ ตามไป
เด็กสาวมองดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า คาดว่าตอนนี้น่าจะเป็นเวลาประมาณบ่ายโมง นับเป็นยามเว่ย[1]ในภาษาโบราณ
ดวงตะวันในเวลานี้แผดเผาเป็นที่สุด ส่วนใหญ่แล้วคนที่ทำงานในทุ่งนาจะหายไปกันหมด บางคนกลับบ้านไปกินข้าวและพักผ่อน บางคนหาพื้นที่ร่มไม้พักขาและหลบแดด เมื่อความร้อนช่วงนี้กระจายตัวไปบ้างแล้วถึงค่อยเริ่มทำงาน หลีกเลี่ยงอาการไข้ขึ้นสูง อย่างไรก็ได้ไม่คุ้มเสีย
หูเฟิงนำทางไป๋จื่อไปยังที่นาของตระกูลเขา พื้นที่ปลูกผักและที่นาปลูกข้าวสาลีไม่ได้อยู่ด้วยกัน พื้นที่ปลูกผักจะอยู่ใต้ที่ราบพยัคฆ์ ทุกที่ล้วนมีต้