่เคยเห็นลูกหลานบ้านใดขี้เกียจเช่นนี้เลยจริงๆ ในเวลาเช่นนี้ บ้านอื่นล้วนตื่นไปทำงานตั้งแต่ตะวันยังไม่สาง ส่วนพวกเขาเอาแต่นอนอยู่ในบ้านทั้งเช้าค่ำ”
ผ่านไปพักหนึ่งแล้ว หลิวซื่อก็ยกเสื้อผ้าที่เพิ่งซักเสร็จกลับมาจากริมแม่น้ำ ครั้นเห็นหญิงชราตากลมอยู่ที่หลังลานบ้าน นางก็รีบกล่าวว่า “ท่านแม่ ข้าเพิ่งซักผ้าที่ริมแม่น้ำเสร็จ ท่านเดาสิว่าข้าได้ยินอะไรเข้า”
หญิงชรามองตาขวางใส่นาง ก่อนจะพูดอย่างไม่สบอารมณ์นัก “ข้าไม่ใช่คนหูตาไว จะเดาได้อย่างไร เจ้าอยากพูดก็พูด ไม่อยากพูดก็ไปเสีย”
จนถึงตอนนี้นางยังพะวงเรื่องเมื่อวานไม่หาย หลิวซื่อสตรีสารเลวผู้นี้ เสียดายที่แม่สามีคนนี้ดีต่อนางนัก ช่วยนางในทุกเรื่อง ผลสุดท้ายแล้วนางกลับผลักภาระให้หญิงแก่เช่นนี้ เฮอะ…
ไหนเลยหลิวซื่อจะไม่รู้ว่าตอนนี้แม่สามีคิดอะไรอยู่ นางตากเสื้อผ้าไปพลาง กล่าวไปพลางว่า “ข้าเพิ่งได้ยินคนพูดมาว่า เมื่อวานเย็นนางเด็กไป๋จื่อไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำ ตอนนั้นอิงจื่อตกน้ำ ครั้นหูเฟิงช่วยขึ้นมาได้ เด็กคนนั้นไม่มีลมหายใจแล้ว กระนั้นไม่รู้ว่านางเด็กไป๋จื่อเรียนวิชามารมาจากที่ใด นางเดี๋ยวจูบเดี๋ยวลูบคลำอิงจื่อ ไม่นานอิงจื่อก็ฟื้นขึ้นมา ท่านว่าเรื่องนี้แปลกหรือไม่เล่า ตอนนี้คนในหมู่บ้านกำลังพูดกัน ว่านางเด็กไป๋จื่อมีวิญญาณร้าย เมื่อวานนางตายไปแล้วแท้ๆ ทว่าจู่ๆ ก็ฟื้นขึ้นมามีชีวิต อิงจื่อผู้นั้นก็ตายไปแล้วชัดๆ เช่นกัน แต่นางจัดการเพียงครั้งเดียว ก