นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นหลุมศพที่เต็มไปด้วยแมลงและไข่จำนวนมหาศาลเช่นนี้
พวกมันอัดแน่นอยู่ในดินจนชวนให้ขนลุก
ผมสูดหายใจลึก ตั้งสติชั่วครู่ ก่อนจะยกจอบขุดต่อไป
ดินข้างล่างยังคงชื้นและเป็นสีดำสนิท ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงออกมา
ขุดลงไปหลายชั้น ในที่สุดพวกเราก็เจอโกศอัฐิที่ฝังอยู่ข้างใต้
ครั้งนี้โกศอัฐิไม่ได้เป็นสีแดง แต่เป็นสีดำแบบปกติ ทว่าสิ่งที่แปลกคือ บนโกศอัฐิมีไส้เดือนตัวใหญ่มากมายพันอยู่ พวกมันเลื้อยไปมาท่ามกลางโคลนสีดำ
พวกเราสามคนเห็นแล้วรู้สึกขยะแขยงไม่น้อย
แต่ก็ทำเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ โรยขี้เถ้าหญ้าแห้งลงไปบนโกศ จากนั้นใช้ตะขอเกี่ยวศพยกมันขึ้นมาวางบนพื้น นำไปตากแดด ขณะเดียวกัน พานหลิงก็เริ่มเผาหินเพื่อนำไปถมหลุมศพ
ส่วนผมกับเม่าจิ้งไปขุดหลุมศพอาฆาตแห่งที่สองต่อ
ในตอนนั้นเอง เสียงของเหลียงโหย่วชีดังมาจากที่ไกลๆ “อาจารย์เจียง อาจารย์เม่า คุณหนูพาน พวกคุณยังไหวกันอยู่ไหม”
เมื่อได้ยินเสียง เราหันไปมอง เห็นเหลียงโหย่วชียืนอยู่ไกลๆ ข้างๆ เขามีชาวบ้านสวมหมวกฟางถือจอบกับมีดตัดไม้สองคน
เขากลับมาหาพวกเรา แต่ยังไม่กล้าเข้าใกล้
“ไม่เป็นไร แต่คุณกลับไปเอาแอลกอฮอล์มาให้พวกเราหน่อย แล้วก็อย่า