ก็เป็นถึงมหาอำนาจในยมโลก
งั้นเรื่องของเสี่ยวอวี่กับตึกเก้าศพก็แค่เรื่องเล็กๆ สำหรับเขาไม่ใช่หรือ
ถ้าเราแจ้งเรื่องนี้ให้ยมโลกทราบ บรรพจารย์น่าจะสามารถส่งคนมาจัดการได้ พวกอาถรรพ์ร้ายใต้ตึกเก้าศพก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
แต่พอคิดอีกมุมหนึ่ง มันดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไรนัก อาจารย์จะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยหรือ ไม่น่าเป็นไปได้ เรื่องง่ายๆ แบบนี้ เด็กสามขวบยังคิดออก อาจารย์กับอาจารย์ปู่ไม่ใช่คนโง่ พวกเขาต้องเคยคิดเรื่องนี้มาก่อนแน่ๆ หรือว่า… มีข้อห้ามบางอย่าง?
แม้แต่บรรพจารย์ก็ไม่สามารถก้าวก่ายได้?
คำถามผุดขึ้นมาในหัวของผมมากมาย แต่คิดไปก็ไม่มีประโยชน์ ต้องหาคำตอบจากอาจารย์
ดังนั้นผมจึงถามออกไปตรงๆ “อาจารย์ ในเมื่อบรรพจารย์ของเราทรงพลังขนาดนั้น เราสามารถจุดธูปเผากระดาษเงินกระดาษทอง บอกท่านเกี่ยวกับตึกเก้าศพได้ไหม ขอให้ท่านส่งคนมาปราบมันให้ราบคาบ ต่อให้ตึกเก้าศพจะร้ายกาจแค่ไหนก็เทียบกับบรรพจารย์ของเราไม่ได้ใช่ไหม” ผมพูดออกไปอย่างตรงไปตรงมา
อาจารย์ยิ้มเล็กน้อยราวกับเดาได้ว่าผมต้องถามคำถามนี้ “เสี่ยวเจียง…นายเคยเห็นเทพเจ้ามาก่อนหรือเปล่า”
ผมส่ายหัว “ผมเคยเห็นแต่ผี เทพเจ้าไม่เคยเห็นเลย”
อาจารย์พยักหน้า ก่อน