หลี่เสี่ยวหมิ่นรู้ดีเกี่ยวกับอาชีพที่สองของผม ผมจึงไม่มีเหตุผลต้องโกหก
ผมส่ายหัว “ไม่ใช่ถูกหมากัด แต่เป็นพวกสิ่งสกปรก”
หลี่เสี่ยวหมิ่นได้ยินแบบนั้นก็สูดหายใจแรง “ว่าแล้วเชียว นายกับอาจารย์เก่งขนาดนั้นจะถูกหมากัดได้ยังไง”
เธอทำหน้าอ๋อทันที
ขณะเดียวกัน ผมเปิดเครื่องโทรศัพท์ไปพลาง ซดโจ๊กไปพลาง เมื่อเห็นว่าเธอเพิ่งเลิกกะดึก แถมยังมีรอยเลือดคั่งในตา จึงพูดขึ้น “เสี่ยวหมิน กลับไปพักผ่อนเถอะ ที่นี่ไม่มีอะไรแล้ว”
“โอเค งั้นฉันไปก่อน นายพักฟื้นดีๆ นะ เดี๋ยวว่างๆ ฉันจะมาเยี่ยมใหม่” พูดจบ เธอก็หยิบกระเป๋า โบกมือให้ผม ก่อนเดินออกจากห้องไป
ผู้หญิงคนนี้มีความเป็นตัวของตัวเองมาก ทั้งๆ ที่ครอบครัวรวยขนาดนั้น แต่ยังยอมทำงานหนัก กะดึกก็ไม่บ่น
หลังจากกินอิ่ม ผมโอนเงินค่าโทรศัพท์คืนให้หลี่เสี่ยวหมิ่น
ครั้งแรกเธอไม่ยอมรับ และโอนคืนมาให้ บอกว่านี่เป็นของขวัญขอบคุณที่ผมเคยช่วยชีวิตเธอไว้ แต่ก่อนหน้านี้พ่อของเธอจ่ายค่าตอบแทนให้ผมไปแล้วหนึ่งล้าน ผมจึงมองว่าควรแยกแยะแต่ละเรื่องให้ชัดเจน ผมเลยโอนไปให้เธออีกครั้ง และบอกให้รับไว้ สุดท้ายเธอก็รับเงินไป
เอาตรงๆ เราเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นกันเท่านั้น ไม่ได้มีความส