ก็…เกรงว่าคงยากจะรับมือ!”
ได้ยินดังนั้น หัวใจของผมพลันหนักอึ้ง
แม้แต่นักพรตระดับสูงอย่างอาจารย์ยังแสดงสีหน้าเช่นนี้เมื่อได้ยินชื่อ ‘ศพพยาบาทเบญจธาตุ’
แล้วผมที่พลังฝึกตนแค่นี้เล่า
แต่ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน ผมก็ตั้งใจจะมุ่งหน้าไปให้ถึง
ตบะไม่พอ งั้นผมจะฆ่าวิญญาณร้ายให้มากขึ้น
ตราบใดที่ผมสะสมปราณต้นกำเนิดได้เพียงพอ พลังฝึกตนของผมย่อมพัฒนาขึ้นเอง
สักวันหนึ่ง…ผมต้องช่วยเสี่ยวอวี่ออกจากตึกเก้าศพให้ได้ ช่วยเธอออกจากสถานที่อันชั่วร้ายและลี้ลับนั่น
อาจารย์เห็นผมนิ่งเงียบ จึงเอ่ยถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ผมเล่าทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา
ตั้งแต่เมื่อคืนที่ไปยังป้ายรถบัสถงซิน ได้พบร่างจำแลงของเสี่ยวอวี่ ได้รับร่มสีดำมา เรื่องที่เธอพูดกับผมทุกอย่าง รวมถึงเหตุการณ์ที่ผมได้ไปพักโรงแรม และช่วยเหลือวิญญาณจูเจินเจิน
ผมเล่าทุกอย่างอย่างละเอียดโดยไม่ปิดบัง
อาจารย์ฟังจบก็ถอนหายใจยาว ก่อนใช้มือข้างหนึ่งคำนวณดวงชะตา
เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นมาด้วยเสียงหนักแน่น
สุดท้ายก็บอกว่า ผมกับเสี่ยวอวี่มีทัณฑ์รักติดตัวมาแต่ชาติปางก่อน ซ้ำยังมีกรรม…
กรรมอะไรนั้น เขาไม่ได้พูดต่อ กลับเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน
อาจารย์บอกว่ายันต์สีดำที่ผมเห็นบนร่างของจูเจินเจินในโรงแรมอาจเป็น ‘ยันต์เลี้ยงศพ’
ศพที่ผมเห็นอาจไม่ได้ถูกซ่อนเอาไว้เพียงเพื่อปิดบังอาชญากรรม
มีความเป็นไปได้สูงว่ามีคนจงใจเลี้ยงศพนั้นเอาไว้
สถานการณ์ที่ผมบอกอาจารย์คล้า