จากสิ่งที่เม่าจิ้งพูดผมเดาว่าคนที่รับสาย คงเป็นนายจ้างที่เขาเคยกล่าวถึง คนกลางที่คอยติดต่อผู้ว่าจ้างและผู้ถูกจ้าง
แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังถามไปว่า “คนกลาง?”
เม่าจิ้งพยักหน้า “ใช่”
เม่าจิ้งไม่ใช่คนพูดมาก พอเห็นว่าเขาตอบแล้ว ผมก็ลุกขึ้นยืนพลางพูดว่า “ไปกันเถอะ! เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน”
เม่าจิ้งพยักหน้าตกลง
จากนั้น ผมกับเม่าจิ้งพากันเดินออกจากที่นี่
ไม่ไกลจากสวนสาธารณะ ที่ถนนเสวียฝู่ มีร้านอาหารข้างทางอยู่ร้านหนึ่ง
พวกเราสั่งปลาย่าง แล้วนั่งคุยกันไปพลาง
สิ่งที่พวกเราสองคนสงสัยคือดวงตาสีเขียวนั่น การเปลี่ยนแปลงของเด็กปีศาจดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับดวงตาสีเขียวนี้
เมื่อคิดโยงไปถึงนักพรตวิญญาณที่พบที่เนินเขาสิบลี้ ผมก็พูดขึ้นว่า “เมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันจัดการนักพรตวิญญาณไปคนหนึ่ง หมอนั่นมีก้อนเนื้อประหลาดแบบนี้เหมือนกัน ก่อนตายมันยังพูดว่า ตัวเองเป็นลูกสมุนของ ‘นักพรตเก้าศพ’ นายรู้จักชื่อนี้ไหม”
“ใครนะ” เม่าจิ้งกำลังคีบเนื้อปลาเข้าปาก แต่ทันทีที่ผมเอ่ยคำว่า ‘นักพรตเก้าศพ’ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
ผมเห็นสีหน้าจริงจังของเม่าจิ้ง จึงพูดซ้ำอีกครั้ง “นักพรตเก้าศพ มีอะไรหรือ นายรู้จักจริงๆ?”
“เป็นอะไรหรือเปล่า” เมื่อเม่าจิ้งได้ยินยืนยันแน่ชัด สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึมทันที ผมสังเกตเห็นว่าแม้แต่มือของเขายังสั่น
เม่าจิ้งกัดฟันแน่น แล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงหนักแน่น “ไม่ใช่แ