แผนแรกของอาจารย์ในการเรียกวิญญาณล้มเหลว เราไม่สามารถเรียกหลี่เสี่ยวหมิ่นกลับมาได้ ซ้ำยังกลายเป็นเรียกเด็กผีมาแทน
ตอนนี้เราจึงต้องใช้แผนสอง ออกตามหาวิญญาณของเธอด้วยตัวเอง
ผมสังเกตเห็นอาจารย์กำลังพับกระดาษเป็นรูปคางคก จึงอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย “อาจารย์พับคางคกทำไมครับ”
อาจารย์ไม่ตอบทันที แต่หยิบกิ่งไม้จากพื้นขึ้นมาจิ้มลงไปในเถ้าของหุ่นฟาง จากนั้นแตะไปที่ดวงตาสองข้างของคางคกกระดาษเบาๆ ก่อนจะตอบว่า “นี่เป็นวิชาหนึ่งในศาสตร์กระดาษยันต์
“ในหมู่ผู้ใช้ศาสตร์นี้ มีคำกล่าวว่า ‘พับคนกระดาษอย่าจุดตา จุดแล้วมันจะเห็นหัวใจคน พับคางคกกระดาษอย่ารดลมปราณ หากรดลมปราณวิญญาณจะจากไป’
“มันหมายความว่า ทุกสิ่งที่พับจากกระดาษ ห้ามจุดดวงตาหรือใส่ลมปราณเข้าไป มิฉะนั้น มันจะมีชีวิตขึ้นมาและย้อนกลับมาทำร้ายคนเป็น แต่หากใช้ถูกวิธี คางคกกระดาษที่ถูกจุดดวงตาและใส่ลมปราณเข้าไปก็สามารถใช้ติดตามวิญญาณได้เช่นกัน
“วิชานี้เรียกว่า ‘คาถาติดตามวิญญาณด้วยกระดาษ’ ซึ่งคางคกเป็นเพียงระดับพื้นฐานที่สุด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของผมเป็นประกายขึ้นมาทันทีด้วยความตื่นเต้น
“อาจารย์หมายความว่า คางคกกระดาษนี้จะขยับเองได้ และสามารถช่วยเราตามหาวิญญาณของหลี่เสี่ยวหมิ่นได้ใช่ไหมครับ”
อาจารย์พยักหน้า “ถูกต้อง เถ้าจากหุ่นฟางที่เผาผมและเล็บของเด็กคนนี้รวมเข้ากับกระดาษยันต์ที่ผ่านไฟแล้ว เมื่อพับเป็นคางคกแล้วร่ายคาถา มันจะสามารถติดต