ชุมชนเก่าแก่ในยามค่ำคืนเงียบสงัด มีเพียงไฟส่องสว่างข้างถนนสองดวงกะพริบแสงสีเหลืองริบหรี่
ทั้งบริเวณไม่มีแม้แต่เงาของผู้คน
ครั้งล่าสุดที่ผมกับลุงอวี๋มาที่นี่ ก็เพื่อหลบหนีการตามล่าของจางเฉียงที่กลายเป็นผีจมน้ำ และเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากห้องอาถรรพ์
ครั้งนี้ผมกับลุงอวี๋ต้องร่วมมือกันเผชิญหน้ากับยายเฒ่าในห้องอาถรรพ์
ไม่เพียงแต่จะนำโทรศัพท์ของลุงอวี๋กลับคืนมา ยังต้องสั่งสมพรจากวิญญาณเฒ่านั่นด้วย
ผมยืนรออยู่หน้าทางเข้าเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง
ไม่นานนักลุงอวี๋ก็ขี่รถจักรยานไฟฟ้ามาถึง
“ลุงอวี๋!” ผมก้าวไปทักทาย
ลุงอวี๋ตอบรับสั้นๆ ก่อนจะจอดรถตรงหน้าทางเข้า
ครั้งนี้เขาหยิบกุญแจออกมาล็อกรถไว้แน่นหนา เพราะครั้งที่แล้วรถจักรยานไฟฟ้าของเขาถูกขโมยไป
ผมมองดูรถของลุงอวี๋แล้วอดถามไม่ได้
“ลุงอวี๋ซื้อคันใหม่เหรอ”
ลุงอวี๋ล็อกรถเสร็จก่อนส่ายหน้า
“ของของลุง ใครคิดขโมยก็อย่าหวังว่าจะได้ใช้ เมื่อคืนไอ้หนุ่มหัวทองที่ขโมยรถลุงไปโดนอัดซะเละ เช้านี้ก็เลยรีบนำมาคืนให้อย่างว่าง่าย ยังไม่พอ มันยังจ่ายค่าชดเชยให้ลุงอีกตั้งสองพันหยวน” ลุงอวี๋พูดด้วยท่าทางภาคภูมิใจ
ได้ยินเช่นนั้น ผมอดแปลกใจไม่ได้ “ลุงอวี๋ นี่ลุงรู้จักคนในวงการใต้ดินเหรอ”
ถ้าไม่มีเส้นสายที่ไหน ใครกันจะยอมเอารถที่ขโมยไปมาคืนให้แบบนี้
ลุงอวี๋หัวเราะเสียงดัง “ฮ่าๆ” สองครั้ง ก่อนพูดขึ้น
“เมื่อคืนลุงทำอาหารเซ่นผีไปสองจาน เชิญพวกพ้องเก่าที่ล่วงลับไปแล้วมาร่ว