หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง รถก็มาถึง
สิ่งแรกที่ผมทำเมื่อขึ้นรถคือหันไปดูว่าใครเป็นคนขับ
นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญ เพราะทันทีที่ขึ้นมา ผมก็จำคนขับได้ในพริบตา
เป็นเขานี่เอง คนที่เคยพาผมไปหาอาจารย์
“พี่เฉา!” ผมร้องเรียกด้วยความดีใจ
พี่เฉาเองก็จำผมได้ พอเห็นว่าสีหน้าผมดูดีขึ้นก็ถึงกับประหลาดใจ
“น้องชาย! เป็นนายนี่เอง เรื่องของนายเรียบร้อยดีแล้วหรือ”
ผมพยักหน้า
“เกือบจบเรื่องแล้ว ส่วนเรื่องของพี่ ผมให้คำมั่นว่าจะช่วยพี่ส่งข่าวในอีกสามวัน”
“สะ…สามวัน?” พี่เฉาได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างมองผมอย่างไม่อยากเชื่อ
ผมไม่มีเวลาจะอธิบายอะไรให้มากความ
ผมนั่งอยู่ด้านหลังเขา แล้วพูดสั้นๆ ว่า “ตอนนี้ผมเป็นศิษย์ของอาจารย์ซ่งแล้ว และได้สอบถามวิธีจากเขามา
“เราจะได้เจอรถคันนั้นในอีกสามวัน หากพี่ไม่กลัว เมื่อถึงเวลาผมจะติดต่อไปหา”
“หะ…หา! จริง…จริงเหรอ”
“จริง” ผมตอบยืนยันหนักแน่น
“เยี่ยมเลย เยี่ยมจริงๆ…”
พี่เฉามีท่าทางตื่นเต้นขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ผู้โดยสารคนอื่นที่นั่งอยู่ในรถพากันหันมามองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ
เขาตื่นเต้นอยู่พักใหญ่ กว่าจะเหยียบคันเร่งพารถออกไป
ตลอดทางพี่เฉาถามผมไม่หยุด ถามว่าทำไมถึงไปเป็นศิษย์ของอาจารย์ซ่งได้ ถามว่าทำไมต้องเป็นสามวันให้หลัง ถ้าเขาจะมาในวันนั้นต้องทำอะไร ต้องไปที่ไหน ฯลฯ
เรื่องนี้เล่ายาว ผมเองก็ขี้เกียจอธิบายละเอียด จึงบอกเพียงว่า ผมกับอาจารย์ซ่งมีวา