ละยิ่งไปกว่านั้น…ผมมองไม่เห็นแม้แต่ประตู!
ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินจิตใจผมอย่างช้าๆ
ดูเหมือนผมจะถูกผีบังตาเข้าให้แล้ว!
พวกสิ่งที่อยู่ในขวดแก้วเหล่านี้ไม่ต้องการให้ผมออกไป ไม่เช่นนั้น คงไม่มีทางที่ผมจะวิ่งมาไกลขนาดนี้ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของประตู
เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมจึงหยุดวิ่ง
ผมยืนอยู่กลางห้องเก็บตัวอย่าง กำกระบี่กระดูกปลาไว้แน่น สายตากวาดมองไปรอบตัวด้วยความระแวดระวัง
ศพในขวดแก้วลอยขึ้นลงช้าๆ ดวงตาของพวกมันทั้งหมดจับจ้องมาที่ผม
เสียงน้ำยาฟอร์มาลินกระเพื่อม “ซ่าๆ” ดังไม่หยุด
มีเสียง “ตึงๆ” เป็นระยะๆ ราวกับมีบางอย่างกำลังทุบกระจกจากด้านใน
ความกดดันในห้องนี้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
หากเป็นเมื่อหลายวันก่อนที่ผมยังไม่เคยเผชิญหน้ากับพวกวิญญาณมาก่อน ผมคงยืนตัวแข็งทื่อหรืออาจเป็นลมหมดสติไปแล้วก็ได้
ผมพยายามควบคุมสติของตัวเองให้มั่น ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือห้ามตื่นตระหนก
ผมยกกระบี่กระดูกปลาขึ้น แล้วตะโกนออกไปเสียงดัง “ท่านผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหลาย ผมมีนามธรรมว่าตู้เอ้อ มาที่นี่ด้วยเหตุส่วนตัว ไม่ได้ตั้งใจรบกวนผู้ใด ขอท่านโปรดเมตตาเปิดทางให้ผมออกไปด้วยเถิด”
ขณะที่พูด ผมยกกระบี่กระดูกปลาขึ้นเพ