ไปละนะ’ หรือ ‘ไปกันเถอะ’ มากกว่า
คำว่า ‘ออกเดินทาง’ มักจะใช้กับคนตายเสียมากกว่า ใครจะมาใช้กับคนเป็นกัน
ผมกวาดสายตามองไปทั่วคันรถด้วยความสงสัย
ผมสังเกตว่าบรรยากาศภายในรถดูชื้นๆ เหมือนเพิ่งถูกล้างทำความสะอาด นอกจากนี้ รถบัสคันนี้ยังดูเก่ามาก เป็นแบบที่ผมเคยนั่งเมื่อตอนเด็กๆ ซึ่งหาดูได้ยากในปัจจุบัน…
ภายในรถมีผู้โดยสารหลากหลาย ทั้งชายหญิง เด็ก คนแก่
มีหญิงสาวที่กำลังให้นมลูกน้อยอยู่บนตัก
ชายชราหิ้วถุงผัก
หนุ่มออฟฟิศถือกระเป๋าเอกสาร
และนักเรียนที่สะพายกระเป๋า
แต่ทุกคนกลับมีใบหน้าซีดขาวเหมือนกระดาษ กระทั่งทารกที่ดื่มนมก็เป็นเช่นเดียวกัน
สีหน้าของพวกเขาดูไม่ต่างจากจางเฉียงที่ตามรังควานผมเลย
ผู้โดยสารทุกคนดูไม่สนใจพวกเรา ต่างคนต่างทำกิจกรรมของตัวเอง
เมื่อผมเห็นภาพเหล่านี้ หัวใจเหมือนถูกน้ำเย็นสาดจนหนาวเยือก
ตอนนี้เป็นเวลาประมาณตีสี่ถึงตีห้า ซึ่งถือว่าเช้ามาก
แต่การที่มีผู้โดยสารหลากหลายอาชีพมาอยู่บนรถคันเดียวกันในเวลาแบบนี้ มันดูผิดปกติ
เมื่อรวมกับความเก่าของรถ ทำให้ผมมั่นใจไปกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วว่าผมน่าจะขึ้น ‘รถผี’
วันนี้ช่างโชคร้ายเหลือเกิน แค่ดื่มน้ำยังติดฟัน[1]
ถึงจะรู้สึกกลัวและสับส