งฟ้าดิน หากพวกเจ้าผสานตัวเองเข้ากับมรรคาสวรรค์ พวกเจ้าจะยังรักษาดวงจิตเอาไว้ได้ เพียงแต่ต่อไปจะเคลื่อนไหวได้ในอาณาเขตของวิถีเซียนเท่านั้น หลังจากผสานตัวเองเข้าไปแล้ว พวกเจ้าย่อมมิใช่เทพแห่งมหามรรคาของห้วงอนันต์สุญญตาอีกต่อไป เช่นนี้มรรคาอริยะย่อมตามหาพวกเจ้าไม่พบ”สิ่งที่เขาพูดในตอนนี้คือคำพูดจากใจจริง ตัวเขาก็กังวลอยู่เหมือนกันว่ามรรคาอริยะจะตามมาถึงที่นี่ แต่เขาก็อยากได้เทพทั้งสององค์มาเป็นพรรคพวกจริงๆหลังจากผสานรวมกับมรรคาสวรรค์แล้ว กายาแห่งมหามรรคาของเทพทั้งสองจะแตกสลาย ดวงจิตแปรเปลี่ยนเป็นกฎท่องอยู่ในวิถีเซียน แต่ถึงอย่างนั้นวันหน้าก็ยังมีโอกาสสร้างกายเทพใหม่อีกครั้งผลลัพธ์เช่นนี้ย่อมดีกว่าถูกมรรคาอริยะจับตัวไปคนจากวิถีบำเพ็ญที่เหนือกว่ามหามรรคามาตามจับตัวเทพแห่งมหามรรคาในห้วงสุญญตา ไม่ว่ามองอย่างไรเจียงฉางเซิงก็คิดว่ามันคล้ายกับการหลอมโอสถ ต่อให้มรรคาอริยะหลอมโอสถไม่เป็น แต่วิธีการใช้ก็คงเป็นไปในทางเดียวกันจุดจบจะต้องน่ารันทดอย่างยิ่งเป็นแน่แท้เทพทั้งสองกำลังต่อสู้อยู่ในความคิด พวกเขามองหน้ากันแต่ไร้วาจาเอื้อนเอ่ยเจียงฉางเซิงรอคอยอย่างอดทน ระหว่างนั้นก็ถือโอกาสพยากรณ์แต้มเซ่นไหว้ต่อด้วยหนึ่งชั่วยามหลังจากนั้นในที่สุดเทพทั้งสองก็ก้มหัวพวกเขาอาจคลางแคลงว่ามรรคาอริยะจะมาจริงหรือไม่แต่หากมาจริงๆ ขึ้นมาเล่าภัยพิบัติสิ้นกัลป์ของยุคนี้มิใช่ของพวกเขา พลังของพวกเขาด้อยกว่าสมัยภัยพิบัติ