ไท่ซั่งคุนหลุนมองอริยเทวะโลกาที่อยู่ตรงหน้า เขาพรั่นพรึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พลังของอีกฝ่ายไม่ใช่พลังอันแข็งกร้าวที่กดลงมาบดขยี้ แต่พลังของอีกฝ่ายล้ำลึกยิ่งนัก“ช่วยข้ารึ น่าขัน เจ้าจะช่วยข้าอย่างไร”ไท่ซั่งคุนหลุนข่มกลั้นความโกรธแล้วตวาดด่าทอ เขารู้ตัวดีว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย แต่เขาจะไม่ยอมทำตัวหงอเด็ดขาดอริยเทวะโลกาถอนหายใจเอ่ยว่า “ผลกระทบจากมหันตภัย เจ้าน่าจะสัมผัสได้แล้ว นอกจากจิตใจที่ถูกทำร้ายเมื่อเจ้าเป็นขุมอำนาจใหญ่อันดับหนึ่งอันดับสองในห้วงสุญญตา ก็เป็นไปได้มากว่าเจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีจากมรรคาอริยะด้วย”ไท่ซั่งคุนหลุนขมวดคิ้วจนเป็นปม แล้วถามว่า“หมายความว่าอย่างไร เจ้าจะโจมตีข้าหรือ”เขารู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกหยอกเล่นคนผู้นี้บอกเองว่าตนเองมาจากมรรคาอริยะ จากนั้นก็บอกว่ามรรคาอริยะจะโจมตีเขาอริยเทวะโลกาส่ายหน้าตอบว่า “มิใช่ข้า มรรคาอริยะมิได้มีข้าเพียงคนเดียว มีตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าคนหนึ่งกำลังจะมาเยือน”“อ้อ เจ้ายอมเป็นศัตรูกับฝ่ายของตัวเองเพื่อข้ากับสรรพชีวิตในห้วงสุญญตาอย่างนั้นสิ” ไทซั่งคุนหลุนแดกดันอริยเทวะโลกาตอบว่า “มิใช่เป็นศัตรู เพียงแต่ขัดขวาง