เหมือนว่าฉีเซิ่งเทียนจะเข้าใจในความหมายของเธอ เขากระซิบที่ข้างหูของเธอเบา ๆ “ยามอิ่มท้องอุ่นกาย ฝักใฝ่ตัณหาราคะเกิด!”
หลินจือเซี๋ยวตัวแข็งทื่อ นี่มันตรรกะอะไรกัน?
“ฉันไม่เคยได้ยิน และถึงจะเคยได้ยิน ฉันก็ไม่เคยกิน ไม่อิ่ม และไม่ฝักใฝ่” แขนทั้งสองข้างเธอดันไหล่เขา อยากจะผลักเขาออก
“เซี๋ยวเซี๋ยว แต่ว่าฉันกินอิ่มแล้ว เพิ่งจะกินอิ่มเมื่อกี้ ทำไมอิ่มแล้วยังทำให้ฉันหิวอีก?” เขาปลดเสื้อผ้าของเธอออก ก่อนจะค่อย ๆ ดึงลงมาที่เอว
“ไม่เอานะ! ฉันต้องกินอาหารเย็น ไม่อยากให้นายป้อนจนอิ่ม!” สิ่งที่เขาจะป้อนให้อิ่มนั้นคงจะไม่ใช่สิ่งที่อยากได้ตอนนี้
“ทำไมถึงไม่เอา?” ฉีเซิ่งเทียนจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา “เซี๋ยวเซี๋ยว ฉันมีแค่เธอ ฉันอยากจะแต่งงานกับเธอถึงได้ทำไปแบบนั้น”
แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะเอาชนะตัวเองและเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น
“ไม่ใช่นะ! นายอยากแต่งงานกับฉัน แต่กลับแยกไม่ออกว่าคนไหนคือฉัน เหอะ!” เธอบ่นเรื่องนี้อยู่ในใจเสมอ
“ครั้งหน้าแยกออกแน่นอน รีบทำให้ฉันเข้าใจเธอมากขึ้นเร็วสิ หลังจากนี้จะได้ไม่จำผิดอีก” เขาก้มลงอย่างตื่นเต้น ก่อนจะจูบไปที่ริมฝีปากของเธอ
“อืม อืม ….อืออือ”