ปมแล้วจมลงในภวังค์แห่งการขบคิดหากเป็นผลสะท้อนกลับของห้วงเวลา ฟังก์ชั่นจิตหวนสดับหลักคำสอนจะไม่เป็นการทำร้ายเขาหรอกหรือ“เอาเถิด ฝืนคิดไปก็คิดไม่ออก มิสู้ฝึกบำเพ็ญก่อนดีกว่าหรือ ช้าเร็วย่อมรู้เอง”เจียงฉางเซิงโยนความคิดไร้สาระทิ้งไป แล้วเริ่มฝึกปรือเคล็ดวิชาเทวะยอดมรรคาการฟังเทวะไท่ซั่งเทศนาจบแล้วค่อยมาฝึกเคล็ดวิชาเทวะยอดมรรคา ทำให้ฝึกฝนได้ง่ายดายอย่างยิ่ง การสร้างมรรคาที่เทวะไท่ซั่งสอนในการเทศนามีสาระสำคัญคล้ายคลึงกับเคล็ดวิชาเทวะยอดมรรคา แต่เทวะไท่ซั่งย่อมไม่ถ่ายทอดยอดเคล็ดวิชาของตนให้ผู้แสวงพรตคนอื่นที่มาฟังเทศนาดังนั้นเนื้อหาที่กล่าวในการเทศนาจึงเป็นประสบการณ์ของเขาส่วนเคล็ดวิชาเทวะยอดมรรคาคือมรดกวิชาที่แท้จริงเวลานี้ไป๋ฉีเพิ่งเริ่มเตรียมตัวหลอมโอสถ นางไม่รู้สักนิดว่านายท่านของตนเพิ่งจะผ่านช่วงเวลาอันยาวนานช่วงหนึ่งมา…เมฆดำทะมึนโถมลงมากดทับฟ้าดิน ลมหนาวสอดแทรกปราณโลหิตโหมพัดอย่างเหิมเกริม บนแผ่นดินอันรกร้าง มีหมู่เขาแห่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ในม่านหมอกของฝุ่นธุลีเจียงอี้นั่งสมาธิอยู่ริมหน้าผา เส้นผมสีดำเริงระบำตามสายลม ชุดเกราะสีดำบนร่างเขาเปื้อนคราบโลหิตเป็นด่างดวงแม้หลับตาอยู่ แต่